
ภาพ: Ngguls / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ล้านนากับมองโกล: แรงสะเทือนปี ๑๗๙๖ และการสร้างเชียงใหม่
ล้านนากับมองโกล เป็นเรื่องของอาณาจักรที่เกิดขึ้นในศตวรรษเดียวกับจักรวรรดิทางบกใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ใน พ.ศ. ๑๗๙๖ (ค.ศ. ๑๒๕๓) กองทัพมองโกลยึดอาณาจักรต้าหลี่ในยูนนานได้ อีกเก้าปีต่อมา พญามังราย มังฯรายฯ (คำเมืองอ่านว่า มังลาย) สร้างเชียงราย และในอีกราวสี่สิบปี ราชสำนักหยวนก็ส่งทหารสองหมื่นคนลงมาตีแผ่นดินที่จีนเรียกว่า "ปาไป่สีฟู่" ซึ่งก็คือล้านนา
คำเมืองเรียกการรบว่า เสิก เสิกฯ (คำเมืองอ่านว่า เสิ๋ก) บทความนี้เล่าเสิกครั้งนั้น และเล่าต่อว่าหลังเสียงรบเงียบลง ล้านนากับราชสำนักหยวนคบหากันอย่างไร โดยวางบันทึกของราชสำนักหยวนเองไว้ข้างฝั่งล้านนา เป็นตอนหนึ่งของชุด ล้านนากับโลก
แผนที่ด้านล่างเล่าเรื่องทั้งหมดทีละปี ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๒๕๓ ถึง ๑๓๖๘ กด ‹ › หรือ ▶ เพื่อเดินทีละช่วง แต่ละช่วงมีปุ่ม บันทึกหยวนว่า ที่ยกข้อความจีนจริงพร้อมคำแปล และปุ่ม ฝั่งล้านนา ให้เทียบกัน ส่วนแท็บ ถอดชื่อ ให้แตะตัวอักษรจีนทีละตัวเพื่อดูว่า "ปาไป่สีฟู่" แปลว่าอะไร
ปี ๑๗๙๖: เมื่อมองโกลมาถึงยูนนาน
ใน ค.ศ. ๑๒๐๖ เตมูจินได้รับการยกเป็น เจงกิสข่าน ผู้นำของชาวมองโกลทั้งปวง เกือบครึ่งศตวรรษต่อมา หลานของพระองค์ชื่อ กุบไล ได้รับคำสั่งจากมองเกอผู้เป็นพี่ชาย ให้ยกทัพลงไปตีอาณาจักร ต้าหลี่ ในยูนนานใน ค.ศ. ๑๒๕๓ (พ.ศ. ๑๗๙๖) ต้าหลี่แตกในปีนั้น
Christian Daniels นักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องนี้ใน Journal of the Siam Society (๒๐๑๘) อธิบายว่า มองโกลไม่ได้ต้องการต้าหลี่เพื่อตัวมันเอง แต่ใช้เป็นฐานอ้อมไปตีราชวงศ์ซ่งใต้ของจีน จากนั้นจึงใช้เส้นทางเดิมของต้าหลี่ ลงไปหาลุ่มน้ำอิรวดีตอนบนและลุ่มน้ำโขงตอนบน ซึ่งก็คือบ้านเมืองของพม่าและของชาวไทหลายกลุ่ม
กุบไลขึ้นเป็นข่านใน ค.ศ. ๑๒๖๐ ตั้งชื่อราชวงศ์ว่า หยวน ใน ค.ศ. ๑๒๗๑ และพิชิตซ่งใต้ได้ครบใน ค.ศ. ๑๒๗๙ ตั้งแต่นั้น จีนทั้งแผ่นดินกับยูนนานอยู่ใต้ราชสำนักเดียวกัน ราชสำนักนี้มองลงมาทางใต้ และเห็นเมืองเล็กเมืองน้อยอีกมากที่ยังไม่ขึ้นต่อตน

ภาพ: Liu Guandao / Wikimedia Commons (Public domain)
พายุที่พัดรอบทิศ: พุกาม ไดเวียด ญี่ปุ่น และชวา
แรงสะเทือนจากต้าหลี่ไม่ได้มาถึงล้านนาที่เดียว ราชสำนักหยวนส่งทัพและทูตออกไปเกือบทุกทิศในชั่วอายุคนเดียวกัน
- พุกาม (พม่า): หยวนส่งทูตไปเรียกให้พุกามยอมขึ้นต่อตั้งแต่ ค.ศ. ๑๒๗๑ ใน ค.ศ. ๑๒๗๗ ทัพสองฝ่ายปะทะกันใกล้เมืองหย่งชางทางตะวันตกของยูนนาน บันทึกฝ่ายหยวนบอกว่าฝ่ายพุกามมีช้างศึกถึงแปดร้อยเชือก ใน ค.ศ. ๑๒๘๗ ทัพมองโกลบุกถึงพุกาม และพุกามไม่ได้กลับมาเป็นศูนย์กลางของพม่าอีก
- ไดเวียด: Britannica บันทึกว่าราชวงศ์เจิ่นของไดเวียดต้านทัพมองโกลไว้ได้หลายครั้ง (ให้ปี ค.ศ. ๑๒๕๗ ๑๒๘๔ และ ๑๒๘๗) Daniels ก็สรุปว่าการยกทัพไปไดเวียดไม่สำเร็จ
- ญี่ปุ่น: ทัพเรือหยวนข้ามทะเลไปบุกญี่ปุ่นใน ค.ศ. ๑๒๗๔ และ ๑๒๘๑ ทั้งสองครั้งไม่สำเร็จ ส่วนหนึ่งเพราะพายุ
- ชวา: ค.ศ. ๑๒๙๒ ทัพหยวนข้ามทะเลไปชวา แล้วต้องถอนกลับภายในปีเดียว

ภาพ: Vyacheslav Argenberg / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
มหาวิทยาลัยโคลัมเบียสรุปบทเรียนของยุคนี้ไว้ว่า ทัพมองโกลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป ทั้งในพม่า กัมพูชา และโดยเฉพาะเวียดนาม แม้บางครั้งจะชนะในตอนแรก ก็ต้องถอนตัวในที่สุด เพราะอากาศร้อนและโรคภัย และทุกครั้งที่ล้มเหลว จักรวรรดิก็เสียทรัพย์และกำลังไปมาก
พญามังรายสร้างบ้านเมืองท่ามกลางพายุ
ทางใต้ของยูนนานลงมา ลุ่มน้ำกกในเวลานั้นยังเป็นเมืองเล็ก ๆ หลายเมืองที่แย่งกำลังคนกันอยู่ พญามังรายขึ้นครองเมืองในลุ่มน้ำนี้ราวเวลาเดียวกับที่กุบไลขึ้นเป็นข่าน (Britannica ให้ ค.ศ. ๑๒๕๙) แล้วสร้าง เจียงฮาย ชยฯงรายฯ (คำเมืองอ่านว่า เจียงฮาย) หรือเชียงราย ใน พ.ศ. ๑๘๐๕ (ค.ศ. ๑๒๖๒) ตามที่พจนานุกรมบันทึกไว้
จากนั้นพระองค์ลงใต้ไปได้หริภุญชัย หรือ หละปูน หลฯะพูร (คำเมืองอ่านว่า หละปูน) เมืองเก่าของชาวมอญในลุ่มน้ำปิง แหล่งข้อมูลให้ปีต่างกัน ประเสริฐ ณ นคร และ Britannica ให้ ค.ศ. ๑๒๘๑ ส่วนชินกาลมาลีปกรณ์ให้ ค.ศ. ๑๒๙๒ แล้วสร้างเวียงกุมกามริมแม่น้ำปิงใน ค.ศ. ๑๒๘๖ ตามงานของมนวัธน์ พรหมรัตน์ (๒๕๖๘)
ทำไมพญามังรายมุ่งลงใต้ งานเขียนบางชิ้นมองว่าแรงกดดันจากทางเหนือเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ บทความในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม (๒๕๖๘) เล่าว่าเมื่อพระองค์เห็นราชวงศ์หยวนกำลังรุกพื้นที่ทางเหนือ จึงขยายอำนาจลงทางใต้ ส่วน Volker Grabowsky (๒๐๐๔) อ้าง David Wyatt ว่าความสำคัญของเชียงใหม่ในทางยุทธศาสตร์ผูกอยู่กับภัยจากทางเหนือ ข้อนี้เป็น การตีความของนักวิชาการ ไม่มีพงศาวดารล้านนาฉบับใดเขียนไว้ตรง ๆ ว่าย้ายลงใต้เพราะมองโกล
ค.ศ. ๑๒๘๗: ปีที่มองโกลบุกถึงพุกาม และสามกษัตริย์
ปีที่ทัพมองโกลบุกถึงพุกาม Britannica บันทึกว่าพญามังรายผูกไมตรีกับพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย และเจ้าเมืองพะเยา (พญางำเมือง) "โดยหวังจะใช้จังหวะที่มองโกลยึดพุกาม" บทความของ Carl Bankston ใน EBSCO Research Starters (๒๐๒๒) ก็ให้ปีไมตรีนี้เป็น ค.ศ. ๑๒๘๗ เช่นกัน
ฝั่งไทยมีเรื่องเล่าที่คนเชียงใหม่คุ้นเคย จรูญ แดนนาเลิศ และประยูร อิมิวัตร (๒๕๖๑) อ้างประเสริฐ ณ นคร ว่าทั้งสามพระองค์เคยร่วม สาบาน สาบาฯนฯ (คำเมืองอ่านว่า สาบาน) เป็นสหายกันที่ริมแม่น้ำอิง พจนานุกรมอธิบายคำนี้ว่า "สบถโดยให้คำยืนยันอ้างเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพยาน" ส่วนสาบานกันเพื่อรับมือมองโกลหรือไม่ แหล่งข้อมูลไม่ได้บอกตรง ๆ ที่บอกได้คือ ไมตรีนี้เกิดในปีเดียวกับที่พุกามล่ม

ภาพ: Pixabay user iTenz / Wikimedia Commons (CC0)
ปาไป่สีฟู่: ชื่อล้านนาในพงศาวดารหยวน
ชื่อแรกที่จีนใช้เรียกล้านนาปรากฏใน หยวนสื่อ ประวัติศาสตร์ทางการของราชวงศ์หยวน ซึ่งซ่งเหลียนและคณะเรียบเรียงในศตวรรษที่ ๑๔ ภาคพงศาวดารของหนังสือนี้เรียงเหตุการณ์ในราชสำนักทีละปีทีละเดือน บทความนี้จึงเรียกว่า พงศาวดารหยวน ใน ค.ศ. ๑๒๙๒ (พ.ศ. ๑๘๓๕) มีบันทึกว่า
詔不敦、忙兀禿魯迷失以軍征八百媳婦國。 "มีพระราชโองการให้แม่ทัพสองนาย ยกทัพไปตีแคว้นปาไป่สีฟู่" (พงศาวดารหยวน เล่ม ๑๗)
ปาไป่สีฟู่ (八百媳婦) แปลตรงตัวว่า "แปดร้อย" กับ "สะใภ้หรือภรรยา" พริษฐ์ ชิวารักษ์ (๒๕๖๖) ซึ่งรวบรวมชื่อของล้านนาในสายตาคนนอก ชี้ว่านี่คือครั้งแรกที่ชื่อนี้ปรากฏ และเป็นการบันทึกสงคราม ในบันทึกช่วงเดียวกันนั้น ราชสำนักก็กำลังเตรียมทัพเรือไปชวาอยู่ด้วย
ทำไมถึงเรียกว่าแปดร้อยภรรยา ประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงซึ่งเขียนภายหลังเล่าว่า "เล่ากันมาว่าหัวหน้ามีภรรยาแปดร้อยคน แต่ละคนดูแลหมู่บ้านหนึ่ง จึงได้ชื่อนี้" ต้องอ่านอย่างระวัง นี่คือคำอธิบายที่คนจีนเล่าต่อกัน ไม่ใช่หลักฐานจากฝั่งล้านนา
สร้างเชียงใหม่ พ.ศ. ๑๘๓๙
สี่ปีหลังชื่อปาไป่สีฟู่ปรากฏในบันทึกหยวน พญามังรายก็สร้าง เจียงใหม่ ชยฯงไห่มฯ (คำเมืองอ่านว่า เจียงใหม่) หรือเชียงใหม่ ใน พ.ศ. ๑๘๓๙ (ค.ศ. ๑๒๙๖) พจนานุกรมบันทึกว่าเป็น "เมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา ซึ่งเป็นรัฐอิสระจนถึงปี พ.ศ. ๒๑๐๑" Britannica ให้รายละเอียดเพิ่มว่าที่นี่เป็นที่ประทับตั้งแต่ ค.ศ. ๑๒๙๒ และตั้งเป็นเมืองใน ค.ศ. ๑๒๙๖
เมืองใหม่เป็น เวียง วยฯง (คำเมืองอ่านว่า เวียง) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายทั้ง "เมือง" และ "กำแพง ป้อมค่ายทหาร" จรูญ แดนนาเลิศ และประยูร อิมิวัตร (๒๕๖๑) บันทึกว่าเชียงใหม่แรกสร้างมีกำแพงกว้าง ๙๐๐ วา ยาว ๑,๐๐๐ วา และคูน้ำโดยรอบ เทียบบนแผนที่ เชียงใหม่อยู่ลึกลงมาทางใต้ ห่างจากยูนนานมากกว่าเชียงรายมาก

ภาพ: Stefan Fussan / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
ปีเดียวกันนั้นโลกกำลังทำอะไรอยู่ ลองลากเส้นปีในเส้นเวลาด้านล่างดู ค.ศ. ๑๒๙๖ ทูตจีนสมัยหยวน โจวต้ากวาน กำลังเดินทางถึงเมืองพระนคร และมาร์โค โปโลเพิ่งกลับถึงเวนิสหลังอยู่ในราชสำนักกุบไลข่านหลายปี
ทัพสองหมื่นมาตีปาไป่สีฟู่ (ค.ศ. ๑๓๐๑–๑๓๐๓)
ก่อนทัพใหญ่จะมา ชายแดนทางเหนือเกิดเรื่องที่บันทึกสองฝั่งเล่าไม่เหมือนกัน เชอหลี่ ในเอกสารจีน คือเชียงรุ่งในสิบสองพันนา เมืองของพระมารดาพญามังราย
- บันทึกหยวน ค.ศ. ๑๒๙๗ เขียนว่า "ปาไป่สีฟู่แข็งข้อ บุกเชอหลี่ จึงส่งแม่ทัพยกไปปราบ" คำว่า "แข็งข้อ" เป็นคำของราชสำนักหยวน ซึ่งถือว่าเมืองรอบ ๆ ต้องขึ้นต่อตน
- Grabowsky (๒๐๐๔) สรุปจากเอกสารฝั่งไทว่า พญามังรายส่งทัพไปช่วยเจ้าเมืองเชียงรุ่งซึ่งเป็นญาติสองครั้ง และเจ้าเมืองนั้นต้านทัพมองโกลไว้ได้ (ค.ศ. ๑๒๙๖ และ ๑๓๐๑)
ค.ศ. ๑๓๐๑: ทหารสองหมื่น
ปลายรัชศกต้าเต๋อปีที่ ๔ ราวต้น ค.ศ. ๑๓๐๑ (พ.ศ. ๑๘๔๔) พงศาวดารหยวนบันทึกว่า
遣劉深、合剌帶、鄭祐將兵二萬人征八百媳婦 "ส่งหลิวเซิน เหอล่าไต้ และเจิ้งโย่ว คุมทหารสองหมื่นคน ไปตีปาไป่สีฟู่" (พงศาวดารหยวน เล่ม ๒๐)
ตัวเลขสองหมื่นตรงกับที่บทความในศิลปวัฒนธรรมยกจากเอกสารแปลของวินัย พงศ์ศรีเพียร และบทความของ Bankston ซึ่งบอกด้วยว่ามีพลธนูมองโกลร่วมทัพ พงศาวดารหยวนปีเดียวกันยังบันทึกการตั้งหน่วยทหารใหม่ การเกณฑ์นักโทษจากเสฉวนและยูนนานมาเป็นทหาร และการแบ่งพลธนูมองโกลในยูนนานไปตีปาไป่สีฟู่
ทัพยังไม่ทันถึงล้านนา เรื่องก็เริ่มยุ่ง พงศาวดารหยวนบันทึกว่าขณะทัพหลิวเซินผ่านเข้ายูนนาน การเกณฑ์ชาวบ้านส่งเสบียงเป็นเหตุให้ผู้นำท้องถิ่นชื่อซ่งหลงจี้ลุกฮือ ปีเดียวกันนั้นทัพหยวนอีกสายหนึ่งตีเมืองของ สามพี่น้องชาวไต ในพม่าตอนกลางไม่สำเร็จ ชาว ไต ไท (คำเมืองอ่านว่า ไต) คือคนไทใหญ่ซึ่งพจนานุกรมบอกว่าเรียกตัวเองว่าไต Daniels สรุปว่า "ฝีมือทางทหารของชาวไทในพม่าตอนกลางและภาคเหนือของไทย" คือสิ่งที่ทำให้ทัพหยวนต้องถอน
ค.ศ. ๑๓๐๓: ทัพหยวนถอย
ใน ค.ศ. ๑๓๐๓ (พ.ศ. ๑๘๔๖) พงศาวดารหยวนบันทึกบทสรุปของศึกครั้งนี้
以征八百媳婦喪師,誅劉深,笞合剌帶、鄭祐,罷雲南征緬分省。 "เพราะทัพที่ไปตีปาไป่สีฟู่เสียหายหนัก จึงลงโทษหลิวเซินถึงชีวิต ลงโทษเฆี่ยนแม่ทัพอีกสองคน และยุบสำนักงานตีพม่าในยูนนาน" (พงศาวดารหยวน เล่ม ๒๑)
Daniels บอกว่าหลังทัพที่ไปตีปาไป่สีฟู่ล้มเหลว จักรพรรดิเตมูร์ก็ตัดสินใจถอนจากเมืองตะกองในพม่าด้วย Grabowsky สรุปว่าความพยายามของมองโกลระหว่าง ค.ศ. ๑๓๐๑–๑๓๐๓ ที่จะให้ล้านนาขึ้นต่อตน "ล้มเหลว เพราะถูกต้านอย่างหนักจากกองทัพของพญามังราย และปัญหาการส่งกำลังบำรุงของมองโกล"
ปัญหาการส่งกำลังบำรุงที่ว่า คนล้านนาเห็นได้จากภูมิประเทศรอบตัว ดอย ดอฯย (คำเมืองอ่านว่า ดอย) สูงสลับซับซ้อน ป่าทึบ อากาศร้อนชื้น และ ไข้ป่า ไข้ป่า (คำเมืองอ่านว่า ไข้ป่า) ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็น "ไข้จับสั่น/ไข้มาลาเรีย" ที่ "นับเป็นโรคที่อันตรายร้ายแรง" Daniels เรียกรวม ๆ ว่า "ข้อจำกัดของระยะทาง ภูมิประเทศ และภูมิอากาศ" ซึ่งทำให้เจ้าเมืองที่ขอบของโลกมองโกล-หยวนรักษาอิสระของตนไว้ได้
- ค.ศ. ๑๒๙๒ พระราชโองการให้ยกทัพไปตีปาไป่สีฟู่ (ครั้งแรกที่ชื่อนี้ปรากฏ)
- ค.ศ. ๑๒๙๗ บันทึกว่าปาไป่สีฟู่บุกเชอหลี่ ราชสำนักส่งทัพไปปราบ
- ค.ศ. ๑๓๐๑ ส่งทหารสองหมื่นคน ตั้งหน่วยทหารใหม่ และส่งพลธนูมองโกลเพิ่ม เกิดการลุกฮือในเขตยูนนาน
- ค.ศ. ๑๓๐๒ ปลดหลิวเซินและพวกจากตำแหน่ง
- ค.ศ. ๑๓๐๓ ลงโทษแม่ทัพ และยุบสำนักงานตีพม่าในยูนนาน
จากเสิกสู่ของกัน: คณะทูตล้านนาและตำแหน่งจากราชสำนักหยวน
หลังศึกจบ ความสัมพันธ์เปลี่ยนรูป พงศาวดารหยวนบันทึกว่าใน ค.ศ. ๑๓๑๒ (พ.ศ. ๑๘๕๕) "ปาไป่สีฟู่มาถวาย จ๊าง ช้างฯ (คำเมืองอ่านว่า จ๊าง) ที่ฝึกแล้วสองเชือก" ปีนั้นพญามังรายสวรรคตไปแล้ว (พ.ศ. ๑๘๕๔ หรือ ค.ศ. ๑๓๑๑ ตามบทความพญามังรายของเรา ซึ่ง Grabowsky และ Daniels ก็ให้ปีเดียวกัน ส่วน Britannica ให้ ค.ศ. ๑๓๑๗) Grabowsky บอกว่าคณะทูตครั้งนี้นำโดยโอรสของพญามังราย คือพญาไชยสงคราม (ขุนคราม) และมีช้างเผือกหนึ่งเชือกด้วย
คำเมืองเรียกเครื่องบรรณาการว่า ของกัน ขอฯงคั (คำเมืองอ่านว่า ของกัน) Grabowsky และ Bankston สรุปตรงกันว่า หลังจากนั้นราชสำนักหยวนก็พอใจกับการรับของกันจากล้านนา แทนการยกทัพมาอีก พงศาวดารหยวนปีเดียวกันยังบันทึกว่าราชสำนักเคยสั่งยกทัพอีกครั้ง แล้วยกเลิกในเดือนถัดมา หันไปส่งพระราชสาส์นเกลี้ยกล่อมแทน Grabowsky นับคณะทูตจากล้านนาที่ไปถึงจีนได้อีกใน ค.ศ. ๑๓๑๕ ๑๓๑๖ ๑๓๑๗ ๑๓๒๘ และ ๑๓๒๙
ตำแหน่งที่หยวนตั้งให้ ที่เชียงแสน
ใน ค.ศ. ๑๓๒๗ (พ.ศ. ๑๘๗๐) พงศาวดารหยวนบันทึกว่าปาไป่สีฟู่ "ขอให้ตั้งข้าหลวง" ราชสำนักจึงตั้งสำนักข้าหลวงที่เมิงชิ่ง ให้ขุนนางหยวนกับเจ้าท้องถิ่นชื่อ "เจาหนานทง" ร่วมกันดำรงตำแหน่ง ต่อมาใน ค.ศ. ๑๓๓๑ ก็ตั้ง "สำนักข้าหลวงปาไป่และเมืองอื่น ๆ" ให้เจ้าท้องถิ่นชื่อ "เจาเลี่ยน" เป็นข้าหลวง และใน ค.ศ. ๑๓๔๗ ตั้งสำนักนี้ขึ้นใหม่ ให้ "หานปู้" สืบตำแหน่งต่อจากบิดา
Daniels (๒๐๑๘) อ่านชื่อจีนเหล่านี้ว่าคือเจ้านายราชวงศ์มังราย เจาหนานทงคือเจ้าน้ำท่วม ซึ่ง Grabowsky บอกว่าเป็นโอรสของพญาไชยสงคราม เจาเลี่ยนคือ พญาแสนภู และหานปู้คือ พญาผายู ส่วนเมิงชิ่งนั้น Daniels อ่านว่าอยู่แถบเชียงแสน
ปีที่ตั้งสำนักข้าหลวงปาไป่ แหล่งข้อมูลให้ต่างกัน พงศาวดารหยวนให้ ค.ศ. ๑๓๓๑ ส่วนประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงและ Grabowsky ให้ช่วงต้นรัชศกหยวนทง ราว ค.ศ. ๑๓๓๓–๑๓๓๕
เมืองเชียงแสนเองก็สร้างในช่วงนี้ บทความ เจียงฮาย ของเราอ้างงานวิชาการว่าพญาแสนภูสถาปนาเชียงแสนใน พ.ศ. ๑๘๗๑ (ค.ศ. ๑๓๒๘) เพื่อเป็นเมืองป้องกันศึกทางเหนือ ส่วน Grabowsky ให้ราว ค.ศ. ๑๓๒๗ และ Daniels ให้ ค.ศ. ๑๓๒๙ จึงพูดได้ว่าเชียงแสนสร้างราว ค.ศ. ๑๓๒๗–๑๓๒๙ ในช่วงเดียวกับที่ตำแหน่งจากราชสำนักหยวนมาถึงเขตนี้

ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
อ่านบันทึกสองฝั่ง: หยวนเขียนอย่างหนึ่ง ล้านนาจำอีกอย่าง
ถ้าอ่านแต่พงศาวดารหยวน จะเห็นล้านนาเป็นแคว้นหนึ่งที่ "แข็งข้อ" แล้ว "มาถวายช้าง" และ "ขอข้าหลวง" ถ้าอ่านแต่พงศาวดารล้านนา แทบจะไม่เห็นจีนเลย Grabowsky ตั้งข้อสังเกตว่าพงศาวดารล้านนา "แทบไม่เล่าเรื่องการส่งเครื่องบรรณาการไปจีน" และในสายตาของชาว ไตยวน ไทยวฯร (คำเมืองอ่านว่า ไตยวน) บ้านเมืองของตนเป็นอิสระ แม้ในสายตาจีนจะนับว่าขึ้นต่อจีนก็ตาม
Daniels เสนอวิธีอ่านที่ช่วยได้ เขาแย้งความเห็นเก่าที่ว่ามองโกล-หยวน "ช่วยสร้าง" รัฐไทด้วยการให้ตำแหน่งและแบบแผนการปกครอง หลักฐานในล้านนาชี้ว่าการรับตำแหน่ง เป็นเพียงการยอมรับในนาม ไม่ได้แปลว่าเชื่อฟังทุกอย่าง แม้ล้านนาส่งของกันตั้งแต่ ค.ศ. ๑๓๑๒ ก็ยังไม่ยอมให้ตั้งสำนักข้าหลวงในดินแดนของตนจนถึง ค.ศ. ๑๓๒๗ ถ้ามองโกล-หยวนเป็น "ผู้อุปถัมภ์" ชาวไทในล้านนาก็เป็น "ลูกค้าที่ไม่เต็มใจ" ซึ่งคิดถึงประโยชน์ของตนเองก่อนเสมอ
เข้าใจผิดบ่อย
"มองโกลยึดล้านนาได้" หลักฐานบอกตรงข้าม ทัพหยวนที่มาตีปาไป่สีฟู่ใน ค.ศ. ๑๓๐๑–๑๓๐๓ ล้มเหลว พงศาวดารหยวนเองบันทึกว่าลงโทษแม่ทัพเพราะเสียทัพ Grabowsky และ Daniels สรุปตรงกัน ส่วนพุกามเป็นเมืองที่ทัพมองโกลบุกถึงจริงใน ค.ศ. ๑๒๘๗
"ปาไป่สีฟู่ แปลว่ากษัตริย์ล้านนามีมเหสีแปดร้อยองค์" นี่คือคำอธิบายที่ประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงบันทึกไว้ว่า "เล่ากันมา" ไม่มีหลักฐานจากล้านนายืนยัน และชื่อที่คนล้านนาใช้เรียกตัวเองคือ "ล้านนา" ไม่ใช่ชื่อนี้
"หลังศึกแล้ว ล้านนากับจีนก็ไม่ติดต่อกันอีก" ตรงข้ามเช่นกัน ล้านนาส่งคณะทูตและของกันไปจีนตั้งแต่ ค.ศ. ๑๓๑๒ หลายครั้ง และรับตำแหน่งข้าหลวงจากราชสำนักหยวนตั้งแต่ ค.ศ. ๑๓๒๗ ความสัมพันธ์นี้ต่อเนื่องไปถึงสมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งเรียกล้านนาด้วยชื่อใหม่ว่า ปาไป่ต้าเตี้ยน (ค.ศ. ๑๓๙๑)
"พญามังรายสร้างเชียงใหม่เพื่อหนีมองโกล" เป็นการตีความที่น่าสนใจ แต่ยังเป็นการตีความ งานวิชาการบางชิ้นโยงความสำคัญของเชียงใหม่กับภัยจากทางเหนือ แต่พงศาวดารล้านนาเล่าเหตุผลของการเลือกที่ตั้งด้วยชัยมงคลและน้ำ อ่านได้ที่ พญามังราย
สรุป
- ค.ศ. ๑๒๕๓ (พ.ศ. ๑๗๙๖) มองโกลยึดต้าหลี่ในยูนนาน อำนาจของมองโกล-หยวนจึงมาอยู่ติดบ้านเมืองของชาวไท ในชั่วอายุคนเดียวกับที่พญามังรายสร้างเชียงราย (๑๒๖๒) และเชียงใหม่ (๑๒๙๖)
- พงศาวดารหยวนเรียกล้านนาว่า ปาไป่สีฟู่ ครั้งแรกใน ค.ศ. ๑๒๙๒ เมื่อบันทึกคำสั่งยกทัพ
- ทัพหยวนสองหมื่นที่มาตีปาไป่สีฟู่ (ค.ศ. ๑๓๐๑–๑๓๐๓) ล้มเหลว เพราะถูกต้านอย่างหนัก ระยะทาง ภูเขา และไข้ป่า
- หลังศึก ความสัมพันธ์เปลี่ยนเป็นคณะทูตและ ของกัน ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๓๑๒ และตำแหน่งข้าหลวงที่ล้านนารับไว้ในนาม (๑๓๒๗–๑๓๔๗)
- บันทึกหยวนกับพงศาวดารล้านนาเล่าคนละมุม การอ่านทั้งสองฝั่งคู่กันช่วยให้เห็นภาพที่ใกล้ความจริงขึ้น
ค้นคำว่า เสิก ของกัน และ ไข้ป่า ได้ในพจนานุกรมมรดกล้านนา แล้วอ่านเรื่องผู้สร้างเมืองต่อที่ พญามังราย และ เจียงใหม่
บทความนี้เป็นตอนหนึ่งของชุด ล้านนากับโลก: ประวัติศาสตร์มนุษย์ และที่ทางของล้านนา ซึ่งวางเรื่องของล้านนาลงบนเส้นเวลาเดียวกับประวัติศาสตร์โลกทีละยุค อ่านภาพรวม ๗๐๐ ปีของล้านนาได้ที่ ล้านนา: ชื่อนี้มาจากไหน และเมืองแรกของพญามังรายที่ เจียงฮาย
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา: เสิก · ของกัน · ไข้ป่า · เวียง · ล้านนา · มังราย
- บทความของมรดกล้านนาที่เป็นที่มาของเหตุการณ์ในล้านนา (แต่ละบทความมีแหล่งอ้างอิงของตนเอง): ล้านนากับโลก · พญามังราย · เจียงฮาย · เจียงใหม่ · หละปูน · ล้านนา
- 宋濂 และคณะ. 元史 (พงศาวดารราชวงศ์หยวน) เล่ม ๑๗ · เล่ม ๑๙ · เล่ม ๒๐ · เล่ม ๒๑ · เล่ม ๒๔ · เล่ม ๓๐ · เล่ม ๓๕ · เล่ม ๔๑ · เล่ม ๒๑๐. Wikisource (ต้นฉบับ สาธารณสมบัติ คำแปลในบทความเป็นของมรดกล้านนา)
- 張廷玉 และคณะ. 明史 (ประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิง) เล่ม ๓๑๕. Wikisource
- Daniels, C. (2018). The Mongol-Yuan in Yunnan and Proto-Tai/Tai Polities during the 13th–14th Centuries. Journal of the Siam Society 106: 201–243
- Grabowsky, V. (2004). The Northern Tai Polity of Lan Na (Babai-Dadian) between the Late 13th to Mid-16th Centuries. ARI Working Paper 17, National University of Singapore
- พริษฐ์ ชิวารักษ์. (๒๕๖๖). ความเป็นมาของคำล้านนาและล้านนาไทยโดยสังเขป. วารสารประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ๑๐(๑), ๗๙–๑๐๖
- ปดิวลดา บวรศักดิ์. (๒๕๖๘). "มองโกล" นักรบยิ่งใหญ่ เหตุใดต้องส่งทหารกว่า 20,000 นายไปบุก "ล้านนา"?. ศิลปวัฒนธรรม (อ้างเอกสารแปลของ วินัย พงศ์ศรีเพียร)
- จรูญ แดนนาเลิศ และประยูร อิมิวัตร. (๒๕๖๑). "พญามังราย" ปฐมกษัตริย์แห่งการปกครองแผ่นดินล้านนาโดยธรรม. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ๑(๓)
- Bankston, C. L. (2022). Kingdom of Lan Na. EBSCO Research Starters
- Columbia University, Asia for Educators. The Mongols in China: Military Successes and Failures
- Britannica: Mangrai · Kublai Khan · Yunnan · Pagan · Tran dynasty · Majapahit empire · Chiang Mai
- เหตุการณ์ของโลกที่ใช้ร่วมกับชุดล้านนากับโลก (ญี่ปุ่น ๑๒๗๔/๑๒๘๑ โจวต้ากวาน ๑๒๙๖ ราชวงศ์หมิง ๑๓๖๘ ปาไป่ต้าเตี้ยน ๑๓๙๑): ดูแหล่งอ้างอิงยุคที่ ๔–๕ ใน ล้านนากับโลก
ฝึกคำจากบทความนี้
ลองเล่นบัตรคำ 14 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น
ค้นหาคำว่า "เสิก" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 14 คำ จำได้แค่ไหน?


