มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ดอกเอเดลไวส์ใกล้ ๆ กลีบรูปดาวสีขาวปกคลุมด้วยขนนุ่ม ตรงกลางมีดอกย่อยสีเหลืองอ่อน บนพื้นหญ้าเขียวเบลอ

ภาพ: Chme82 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

เพลงเอเดลไวส์ (Edelweiss): ดอกไม้ขาวเล็ก ๆ เล่าเป็นคำเมือง

เอเดลไวส์ (Edelweiss) เป็นเพลงที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพลงพื้นบ้านออสเตรีย บางคนถึงกับคิดว่าเป็นเพลงชาติ ความจริงคือเพลงนี้แต่งขึ้นสำหรับละครเพลงบรอดเวย์เรื่อง The Sound of Music เมื่อปี ๒๕๐๒ (ค.ศ. ๑๙๕๙) บทความนี้จะเล่าที่มาของเพลงพร้อมแหล่งอ้างอิง แล้วชวนเรียนคำเมืองจากความคิดในเพลง คือการทักทายดอกไม้ขาวเล็ก ๆ ดอกหนึ่ง

คำว่า ดอก ดอฯก ในพจนานุกรมหมายถึงส่วนประกอบของพืชที่เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ เรียกเต็ม ๆ ว่า ดอกไม้ ดอฯกไม้ และถ้าดอกไม้เริ่มคลี่ออกก็คือ บาน บาฯนฯ

บทความนี้อยู่ในชุด เพลงโลก อู้คำเมือง ภายใน เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม เพลงนี้ยังมีลิขสิทธิ์ เราจึงไม่แปลทีละบรรทัด ยกเนื้อร้องมาเพียงสองวรรคสั้น ๆ พร้อมที่มา แล้วถ่ายทอด ความคิด ของเพลงเป็นคำเมืองด้วยถ้อยคำของเราเอง

ดอฯก
ดอก
น๑.ดอก - ส่วนประกอบของพืช กำเนิดจากตาที่กิ่งหรือลำต้น มีหน้าที่เกี่ยวกับการสืบพันธุ์ เรียกเต็มๆ ว่าดอกไม้ น๒.ลวดลายที่เป็นดอกเป็นดวง
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เอเดลไวส์ มาจากไหน

เพลงนี้ Richard Rodgers แต่งทำนอง ส่วน Oscar Hammerstein II แต่งเนื้อร้องภาษาอังกฤษ เว็บไซต์ทางการของ Rodgers & Hammerstein เล่าว่าเพลงนี้ไม่ได้อยู่ในชุดเพลงของละครตอนเริ่มแสดงรอบทดลองก่อนขึ้นบรอดเวย์ ทีมงานเห็นที่เมืองบอสตันว่าตัวละครกัปตันฟอน แทรปป์ ต้องมีเพลงของตัวเอง Hammerstein จึงเขียนเนื้อร้องที่บอสตันให้เข้ากับทำนองที่ Rodgers แต่งไว้แล้ว ซึ่งเว็บไซต์นั้นบอกว่าเป็น "หนึ่งในไม่กี่ครั้ง" ที่ทำนองมาก่อนเนื้อ

เพลงนี้เป็น เพลงสุดท้าย ที่สองคนนี้แต่งด้วยกัน ทั้งเว็บไซต์ Rodgers & Hammerstein และ Rick Steves ระบุตรงกัน Hammerstein เสียชีวิตเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๐๓ (ค.ศ. ๑๙๖๐) ประมาณเก้าเดือนหลังละครเปิดแสดง ตามที่วิกิพีเดียสรุปจากหนังสือพิมพ์ The New York Times

ในละครเวที กัปตันร้องเพลงนี้ในฉากคอนเสิร์ต ส่วนในภาพยนตร์ปี ๒๕๐๘ (ค.ศ. ๑๙๖๕) กัปตันหยิบกีตาร์ขึ้นมาร้องเบา ๆ เมื่อลูก ๆ ขอให้ร้อง ตามที่เว็บไซต์ Rodgers & Hammerstein เล่าไว้ ฟังฉากในภาพยนตร์ได้จากช่องทางการของ Rodgers & Hammerstein

"Edelweiss" – The Sound of Music (1965) (ช่อง Rodgers & Hammerstein)
"Edelweiss" – The Sound of Music (1965) (ช่อง Rodgers & Hammerstein) · ดูบน YouTube ↗

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: ไม่ใช่เพลงพื้นบ้านและไม่ใช่เพลงชาติ

เว็บไซต์ Rodgers & Hammerstein เขียนว่าเพลงนี้ถูกสร้างมาอย่างดีจน "มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพลงพื้นบ้านออสเตรียจริง ๆ" ส่วน Rick Steves ซึ่งเป็นนักเขียนคู่มือท่องเที่ยวยุโรป ระบุว่าเพลงนี้ไม่ใช่เพลงพื้นบ้านหรือเพลงชาติที่ชาวออสเตรียรักกัน แต่เหมือนดนตรี "แบบออสเตรีย" อื่น ๆ ในเรื่อง คือ "แต่งขึ้นสำหรับบรอดเวย์" โดย Rodgers และ Hammerstein

เพลงชาติของออสเตรียเป็นเพลงอีกเพลงหนึ่งต่างหาก สำนักนายกรัฐมนตรีออสเตรีย (Bundeskanzleramt) บันทึกว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๐ (ค.ศ. ๑๙๔๗) ให้ประกาศใช้เพลงชาติฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นเพลงคนละเพลงกับเอเดลไวส์

ℹ️ ข้อมูล
เรื่องน่ารู้: ปี ๒๕๒๗ (ค.ศ. ๑๙๘๔) หนังสือพิมพ์ออสเตรียวิจารณ์ว่าประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน แห่งสหรัฐอเมริกา พูดถึงออสเตรียแบบเหมารวม ตามที่สำนักข่าว UPI รายงาน บรรณาธิการต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ Kurier เขียนว่านักการเมืองทำให้ออสเตรียกลายเป็น "ดอกเอเดลไวส์ที่มีความสุข" เพลงที่คนต่างประเทศรักมากจึงไม่จำเป็นต้องเป็นภาพที่เจ้าของประเทศอยากให้คนมองตัวเอง

ดอกเอเดลไวส์ตัวจริง

ดอกเอเดลไวส์ (Leontopodium nivale) เป็นไม้ดอกขนาดเล็กในตระกูลเดียวกับทานตะวัน ตามข้อมูลของวิกิพีเดียและ Kew (Plants of the World Online) ใบและดอกมีขนสีขาวคลุมจนดูนุ่มเหมือนผ้าสักหลาด ตรงกลางเป็นดอกย่อยสีเหลืองอ่อน ล้อมด้วยกลีบประดับสีขาวรูปดาว ชอบขึ้นตามหินปูนบนที่สูงประมาณ ๑,๘๐๐–๓,๔๐๐ เมตรในเทือกเขาแอลป์ เทือกเขาพิเรนีส และเทือกเขาอาเพนไนน์ของอิตาลี ออกดอกช่วงกรกฎาคมถึงกันยายน ในบทละคร ดอกไม้ชนิดนี้ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของออสเตรียที่ครอบครัวกัปตันจะเก็บไว้ในใจ (ตามที่วิกิพีเดียสรุปจากหนังสือ The Sound of Music Companion ของ Laurence Maslon)

ต้นเอเดลไวส์ต้นเล็กชูดอกสีขาวขึ้นเหนือพื้นหินและพุ่มไม้เตี้ยบนภูเขา
ต้นเอเดลไวส์บนภูเขา · ภาพ: Daniel Schwen / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

พจนานุกรมล้านนาไม่มีคำเรียกดอกนี้ เพราะเป็นพืชของภูเขาสูงในยุโรป เราจึงเรียกทับศัพท์ว่า เอเดลไวส์ ไม่คิดชื่อคำเมืองขึ้นเอง

ผ่อดอกไม้ ยินดีใจ๋: การทักทายตอนเช้า

ความคิดแรกของเพลงคือ การทักทายดอกไม้ดอกหนึ่งทุกเช้าเหมือนทักเพื่อน เนื้อร้องบอกว่าดอกไม้ดู "มีความสุข" ที่ได้พบ ในคำเมือง ผ่อ ผํอฯ แปลว่าดู มอง ดูแล ส่วน ผากเข้างาย ผากฯเขั้างายฯ คือช่วงเวลาตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง ยินดี ยินฯดี แปลว่าพอใจ รู้สึกดีใจ ส่วน บานใจ๋ บาฯนฯไจ คือเบิกบาน เป็นสุข อิ่มใจ ถ้าอยากพูดว่าแจ่มใสชื่นบาน พจนานุกรมมี เจยบาน เชิยฯบาฯนฯ

คำว่า "ทัก" หรือ "สวัสดี" เราค้นไม่พบในพจนานุกรม จึงไม่ได้ใช้ เราใช้ "ผ่อ" แทน ซึ่งก็คือการหันไปมองด้วยใจ๋ยินดี

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: ผากเข้างาย ผ่อดอกขาวหน้อย บานใจ๋

ขาวหน้อย ใสงาม: เล็กและสะอาด

ความคิดที่สองคือ ดอกไม้ดอกนี้เล็กและขาว สะอาดและสว่าง ผู้แต่งอธิบายเสียงของดอกไม้ด้วยวรรคสั้น ๆ ว่า "Small and white, clean and bright" (Oscar Hammerstein II, "Edelweiss", ๒๕๐๒)

ภาษาเมืองมี หน้อย ห้นฯอฯย แปลว่าไม่ใหญ่ ขนาดเล็ก เช่น หมาหน้อย คือลูกหมา และมี ขาว ขาวฯ ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่าสีขาว และยังแปลว่าแจ่มแจ้ง สะอาด บริสุทธิ์ ส่วน ใส ไส คือกระจ่าง แจ่ม ไม่ขุ่น และ งาม งา คือสวย ลักษณะที่เห็นแล้วน่ายินดีน่าชื่นใจ

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: ดอกขาวหน้อย ใสงาม

พจนานุกรมมีคำเรียกสีขาวหลายเฉด และเราลองดูว่าแต่ละคำหมายถึงอะไร คำว่า ขาวผอน ขาวฯผอฯร คือสีขาวโพลน ขาวไปทั่ว ขาวปอน ขาวฯพอฯร คือสีขาวมอ สีขาวปอน สีขาวฯพอฯร คือสีขาวนวล และ นวน นวฯร (ความหมายที่สอง) คือสีขาวปนเหลืองเล็กน้อย เหมือนสียอดตองอ่อน เราไม่ได้บอกว่าคำไหนตรงกับสีของเอเดลไวส์ เพราะดอกจริงมีขนสีขาวและดอกย่อยสีเหลืองอ่อนอยู่ตรงกลาง ใครสนใจเรื่องสีลองอ่านต่อได้ที่ สีคำเมือง

บานแส่ง หื้อยืน: ขอให้บานและอยู่ไปนาน

ความคิดที่สามคือ คำอวยพรให้ดอกไม้บานและเติบโตต่อไปไม่สิ้นสุด ในพจนานุกรม แส่ง แส่งฯ มีตัวอย่างว่า "บานแส่ง" คือบานเต็มที่ ส่วน ยืน ยืนฯ ในความหมายหนึ่งแปลว่าอยู่นาน คง ทน และ หื้อ หื้ คือให้ มอบให้ ใช้ได้ในความหมายว่า "ขอให้"

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: หื้อบานแส่ง หื้อยืน

(พจนานุกรมไม่มีคำว่า "ตลอดไป" เราจึงใช้ "ยืน" ที่แปลว่าอยู่นาน แทน)

ปั๋นปอนบ้านเฮา: อวยพรให้บ้านของเรา

ความคิดสุดท้ายคือหัวใจของเพลง ผู้ร้องอวยพรให้บ้านเกิดของเขา เพลงปิดด้วยวรรคว่า "Bless my homeland forever" (Oscar Hammerstein II, "Edelweiss", ๒๕๐๒) ในละคร เพลงนี้เป็นความรักที่กัปตันมีต่อออสเตรีย และตามที่เว็บไซต์ Rodgers & Hammerstein เล่า เพลงนี้ยังเป็นการประท้วงเบา ๆ ต่อการที่นาซีเยอรมันผนวกออสเตรีย

คำว่า ปั๋นปอน ปันฯพอฯร ในพจนานุกรมแปลว่า ให้พร อวยพร (ก็ว่า "หื้อปอน") บ้าน บ้าฯนฯ คือที่อยู่อาศัย และ เฮา เรัา คือ "เรา" พจนานุกรมไม่มีคำว่า "บ้านเกิด" เป็นคำเดียว เราจึงใช้ "บ้านเฮา" ที่แปลตรงตัวว่าบ้านของเรา

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: ปั๋นปอนบ้านเฮา หื้อยืน

เรื่องรักบ้านเกิดเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในประวัติศาสตร์ของเพลงนี้ เราจึงเล่าเพียงแก่นของเพลงตามที่แหล่งอ้างอิงกล่าวไว้ ไม่ขยายความทางการเมืองเกินกว่านั้น

เทียบกับดอกไม้ของล้านนา: ดอกบัวตองบนดอย

ถ้าเอเดลไวส์คือดอกไม้ขาวบนภูเขาสูงของยุโรป ล้านนาก็มีดอกไม้ที่ขึ้นบน ดอย ดอฯย เหมือนกัน พจนานุกรมให้ความหมายของดอยว่าภูเขา ภูเขาสูง และมี ดอกบัวตอง ดอฯกบ฿วฯทอฯง ซึ่งเป็นไม้ล้มลุก ดอกสีเหลืองสด รายการ บัวตอง บ฿วฯทอฯง บอกว่ามีมากที่ดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม

ดอกสองชนิดนี้ต่างกันหลายอย่าง เอเดลไวส์เป็นดอกขาวเล็ก ๆ ที่ออกในฤดูร้อนของเทือกเขาแอลป์ ส่วนบัวตองเป็นดอกเหลืองสดที่บานเป็นทุ่งในหน้าหนาวของดอยแม่อูคอ แต่ทั้งสองเป็นดอกไม้ของภูเขาเหมือนกัน

ทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองสดบนเนินเขา มีถนนคดเคี้ยวและเทือกเขาซ้อนกันยามอาทิตย์ตก
ทุ่งดอกบัวตองที่ดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน · ภาพ: Prawit thawonsak / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ชื่อดอกไม้ล้านนาอีกหลายสิบชนิดรวมไว้ที่ ดอกไม้ล้านนา พร้อมอักษรธรรมล้านนาและภาพจริง

สรุปคำเมืองจากความคิดของเพลง

ความคิด คำเมืองที่ใช้ ความหมายตามพจนานุกรม
ทักทายดอกไม้ยามเช้า ผ่อ ผํอฯ · ผากเข้างาย ผากฯเขั้างายฯ · บานใจ๋ บาฯนฯไจ ดู มอง ดูแล · ช่วงเช้าถึงเที่ยง · เบิกบาน เป็นสุข
เล็ก ขาว สะอาด หน้อย ห้นฯอฯย · ขาว ขาวฯ · ใส ไส · งาม งา เล็ก · สีขาว แจ่มแจ้ง สะอาด · กระจ่าง ไม่ขุ่น · สวย
ขอให้บานและอยู่นาน แส่ง แส่งฯ · ยืน ยืนฯ · หื้อ หื้ เต็มที่ (บานแส่ง) · อยู่นาน คง ทน · ให้
อวยพรบ้านของเรา ปั๋นปอน ปันฯพอฯร · บ้าน บ้าฯนฯ · เฮา เรัา ให้พร อวยพร · ที่อยู่อาศัย · เรา
ดอกไม้บนดอย ดอย ดอฯย · ดอกบัวตอง ดอฯกบ฿วฯทอฯง ภูเขาสูง · ไม้ล้มลุกดอกเหลืองสด

คำเมืองทั้งหมดนี้เป็นสำนวนที่เราเรียบเรียงขึ้นจากคำในพจนานุกรมเพื่อเล่าความคิดของเพลง ไม่ใช่สำนวนมาตรฐานเพียงแบบเดียว คนเมืองแต่ละถิ่นอาจอู้ความคิดเดียวกันด้วยคำอื่นก็ได้ และถ้อยคำทุกบรรทัดควรให้เจ้าของภาษาช่วยตรวจอีกครั้ง

เทียบกับเพลงมายเวย์: เพลงโลกสองเพลง สองความรัก

เพลง มายเวย์ เล่าความภูมิใจในชีวิตที่เลือกทางเอง ส่วนเอเดลไวส์เล่าความรักที่มีต่อดอกไม้ดอกหนึ่งและต่อบ้านของตน เพลงแรกมองย้อนกลับไปที่ตัวเอง เพลงหลังมองออกไปที่สิ่งเล็ก ๆ รอบตัว ทั้งสองเพลงชวนให้เรียนคำเมืองเรื่อง "ชีวิตและใจ๋" จากมุมที่ต่างกัน

สรุป

  • เอเดลไวส์เป็นเพลงปี ๒๕๐๒ แต่งสำหรับละครเพลง The Sound of Music โดย Richard Rodgers และ Oscar Hammerstein II ไม่ใช่ เพลงพื้นบ้านหรือเพลงชาติออสเตรีย
  • เป็นเพลงสุดท้ายที่สองผู้แต่งทำด้วยกัน
  • ผ่อ แปลว่าดู บานแส่ง คือบานเต็มที่ และ ขาว ใช้ทั้งกับสีและความหมายว่าสะอาด บริสุทธิ์
  • ปั๋นปอน คือให้พร ส่วน ยืน ในความหมายหนึ่งคืออยู่นาน
  • ดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอเป็นดอกไม้ภูเขาของล้านนาที่เทียบกันได้
  • สำนวน "แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา" ในบทความนี้เป็นการเล่าความคิด ไม่ใช่การแปลเนื้อเพลง

ค้นคำในบทความเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านต่อในชุดเดียวกัน: เพลงมายเวย์ หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม

ลิขสิทธิ์และการให้เกียรติเจ้าของผลงาน

รายการ รายละเอียด
เพลง Edelweiss (จากละครเพลง The Sound of Music)
คำร้อง Oscar Hammerstein II (ภาษาอังกฤษ, ค.ศ. ๑๙๕๙)
ทำนอง Richard Rodgers
ผู้ขับร้อง / ฉบับที่รู้จัก ฉบับภาพยนตร์ The Sound of Music (ค.ศ. ๑๙๖๕)
สถานะ มีลิขสิทธิ์ เป็นของผู้ประพันธ์ ผู้จัดพิมพ์ และค่ายเพลงตามลำดับ

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมล้านนา โดยมรดกล้านนา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ไม่แสวงหากำไร ไม่ใช่การดัดแปลง แปล หรือเผยแพร่บทเพลงฉบับใหม่ เราอ้างเนื้อร้องเพียงบางวรรคสั้น ๆ พร้อมระบุที่มา เพื่อการศึกษา วิจารณ์ และแนะนำผลงาน ตามหลักการใช้งานโดยชอบธรรม (พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๒) ถ้อยคำภาษาคำเมืองในบทความเป็นการถ่ายทอดความคิดของเพลงด้วยถ้อยคำของมรดกล้านนาเอง ไม่ใช่คำแปลเนื้อเพลง วิดีโอที่ฝังไว้มาจากช่องทางการของผู้ถือสิทธิ์ และยังเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของ

ขอขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้ประพันธ์ ผู้ขับร้อง และผู้ถือสิทธิ์ทุกท่าน หากเจ้าของสิทธิ์ประสงค์ให้ปรับแก้หรือนำส่วนใดออก โปรดแจ้งที่ moradoklanna@gmail.com เรายินดีดำเนินการโดยเร็ว

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 26 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "ดอก" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 26 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทิวเขาป่าเขียวใต้ท้องฟ้าสีฟ้าสด มีเมฆขาวเป็นก้อนลอยอยู่เหนือยอดเขา

เพลงวอทอะวันเดอร์ฟูลเวิลด์: เล่าความคิดของเพลงเป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง What a Wonderful World ของ Louis Armstrong ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องสีเขียว แดง ขาว เมฆ ละอ่อน และคำว่างามแต๊ เ…

ทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองบานเต็มเนินเขาบนดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ใต้ท้องฟ้าสีคราม มีแนวสนอยู่บนยอดเนิน

เพลงล่องแม่ปิง: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร

13 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลงล่องแม่ปิงของจรัล มโนเพ็ชร อ่านคำเมืองทีละคำ ดอกบัวตอง เอื้องสามปอย บ่เกย ลูกแม่ระมิงค์ ฮักใครฮักจริง พร้อมเสียงคำเมืองและสัมผัสท้ายวรร…

ยามรุ่งเช้าบนจุดชมวิวบนเขา ทะเลหมอกขาวปกคลุมหุบเขาด้านล่าง ฟ้าสีส้มม่วง มีสวนดอกไม้และกะหล่ำสีม่วงเขียวด้านหน้า

เพลงท็อปออฟเดอะเวิลด์ (Top of the World): อู้เป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Top of the World ของ Carpenters ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องความสุข ม่วน จื้นย้าว ดีใจ๋ ป๋ายดอย ฟ้าใส แดดส่อง เทีย…

ถนนลาดยางโค้งเลียบไหล่เขาที่ปกคลุมด้วยหญ้าสีทอง มีต้นไม้ริมเขาและท้องฟ้าสีฟ้าสดใสด้านบน

เพลงคันทรีโรด (Take Me Home, Country Roads): เล่าความคิดของเพลงเป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Take Me Home, Country Roads ของ John Denver ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องบ้านเก๊า หนตาง ดอย ม่อน และกึ๊ดฮอด เทียบกั…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด