มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาวและแนวทางช้างเผือกจาง ๆ เหนือเนินหญ้าที่มีเต็นท์ตั้งอยู่ ที่จังหวัดน่าน

ภาพ: Piith.hant / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

เพลงฟลายมีทูเดอะมูน (Fly Me to the Moon): เดือน ดาว ฮัก เป็นคำเมือง

เพลงฟลายมีทูเดอะมูน (Fly Me to the Moon) เป็นเพลงสากลที่หลายคนรู้จักจากเสียงของ Frank Sinatra เล่าถึงคนคนหนึ่งที่อยากขึ้นไปเล่นท่ามกลางดวงดาว แล้วจบด้วยการบอกว่าทั้งหมดนั้นคือการ "บอกรัก" ด้วยอีกวิธีหนึ่ง บทความนี้ลองตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นคนเมือง จะอู้เรื่อง เดือน ดาว ฟ้า และคำว่ารักอย่างไร ได้คำเมืองหลายคำที่ใช้ได้จริง

คำที่เป็นแกนของเพลงคือ เดือน เดิอฯร (คำเมืองอ่านว่า เดือน) ซึ่งพจนานุกรมแปลว่า ดวงจันทร์ และยังหมายถึงส่วนของปีได้ด้วย

บทความนี้อยู่ในชุด เพลงโลก อู้คำเมือง ในกลุ่ม เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม เพลงนี้ยังมีลิขสิทธิ์ เราจึงไม่แปลเนื้อเพลงทีละบรรทัด และอ้างถึงเนื้อเพลงเพียงวรรคสั้น ๆ สิ่งที่เรานำมาเล่าคือ ความคิด ของเพลง แล้วลองอู้ความคิดเหล่านั้นเป็นคำเมือง

เดิอฯร
เดือน
น.ดวงจันทร์,ส่วนของปี: ชาวล้านนาจะนับเดือนเร็วกว่าชาวไทยภาคกลางไป ๒ เดือน และชาวไทลื้อจะนับเร็วกว่าภาคกลางไป ๑ เดือน เช่น เทศกาลสงกรานต์ เดือน ๕ ของภาคกลาง จะตรง กับเดือน ๖ ของชาวไทลื้อ และตรงกับเดือน ๗ ของชาวไทยล้านนา
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เพลงฟลายมีทูเดอะมูน มาจากไหน

Bart Howard นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน แต่งเพลงนี้ในปี ๒๔๙๗ (ค.ศ. ๑๙๕๔) ทั้งทำนองและคำร้อง โดยตอนแรกใช้ชื่อว่า "In Other Words" ตามที่หอเกียรติยศนักแต่งเพลง (Songwriters Hall of Fame) วิกิพีเดีย และ American Songwriter ระบุตรงกัน คนที่อัดเสียงเพลงนี้เป็นแผ่นเสียงเชิงพาณิชย์คนแรกคือ Kaye Ballard ออกกับค่าย Decca เมื่อเมษายน ๒๔๙๗ (ค.ศ. ๑๙๕๔) เป็นด้าน B ของเพลง "Lazy Afternoon"

ต่อมา Peggy Lee นำไปร้องในปี ๒๕๐๓ (ค.ศ. ๑๙๖๐) และขึ้นแสดงในรายการ The Ed Sullivan Show คนฟังเริ่มเรียกเพลงนี้ว่า "Fly Me to the Moon" ตามวรรคแรกของเนื้อเพลง เธอจึงไปถามผู้แต่งเรื่องเปลี่ยนชื่อเป็นทางการ (American Songwriter) วิกิพีเดียบันทึกว่าในปี ๒๕๐๖ (ค.ศ. ๑๙๖๓) เธอชวนให้ Howard เปลี่ยนชื่อเป็นทางการ แหล่งข้อมูลจึงเล่าจังหวะเวลาไม่เหมือนกันเล็กน้อย

ฉบับที่คนทั่วโลกจำได้ที่สุดคือฉบับ Frank Sinatra ในอัลบั้ม It Might as Well Be Swing (ค.ศ. ๑๙๖๔ หรือ พ.ศ. ๒๕๐๗) บรรเลงโดยวง Count Basie ซึ่ง Quincy Jones เรียบเรียงใหม่ โดยเปลี่ยนจังหวะจากสามจังหวะเป็นสี่จังหวะ (ตามวิกิพีเดียและ American Songwriter) หอเกียรติยศนักแต่งเพลงรับเพลงนี้เข้าทำเนียบในปี ๒๕๔๒ (ค.ศ. ๑๙๙๙) ในประเภท "Towering Song"

ℹ️ ข้อมูล
เรื่องน่ารู้: เพลงนี้ผูกกับยานอวกาศอพอลโลมานาน American Songwriter เล่าว่านักบินอวกาศ ยูจีน เซอร์แนน (Gene Cernan) นำเทปคาสเซ็ตที่มีเพลงของ Sinatra ไปในภารกิจอพอลโล ๑๐ ปี ๒๕๑๒ (ค.ศ. ๑๙๖๙) วิกิพีเดียอ้างนิตยสาร Vanity Fair (๒๕๖๑) และนิวยอร์กไทมส์ (๒๕๓๓) ว่าเพลงนี้ถูกเปิดบนอพอลโล ๑๐ ซึ่งโคจรรอบดวงจันทร์ และบนอพอลโล ๑๑ ก่อนลงจอด ส่วนเรื่องอพอลโล ๑๑ นั้น American Songwriter ไม่ได้ให้แหล่งอ้างอิง เราจึงเล่าได้แน่เฉพาะอพอลโล ๑๐

ลองฟังฉบับของ Sinatra กับวง Count Basie จากช่องทางการของ Frank Sinatra

Frank Sinatra – Fly Me To The Moon (Audio) ft. Count Basie And His Orchestra
Frank Sinatra – Fly Me To The Moon (Audio) ft. Count Basie And His Orchestra · ดูบน YouTube ↗

ลอยขึ้นฟ้า ไปหาเดือน

ความคิดแรกของเพลงคือความฝันอยากขึ้นไปบนดวงจันทร์ วรรคชื่อเพลงที่ทุกคนจำได้คือ "Fly me to the moon" (Bart Howard, "Fly Me to the Moon", ๒๔๙๗) พจนานุกรมล้านนาไม่มีคำว่า "บิน" เราจึงใช้คำว่า ลอย ลอฯยฯ ซึ่งแปลว่า ทรงตัวอยู่ในอากาศ ไม่จม แทน

ภาษาเมืองมีคำเรียกท้องฟ้ายามค่ำหลายคำ ฟ้า ฟ้า คือส่วนเบื้องบนที่มองเห็นปกคลุมแผ่นดิน ดาว ดาวฯ คือสิ่งที่เห็นเป็นดวงมีแสงสว่างบนท้องฟ้าเวลามืด และ เดือน เดิอฯร คือดวงจันทร์ เดือนมีหลายรูปแบบ ถ้าเป็นวันเพ็ญหรือขึ้น ๑๕ ค่ำ เรียก เดือนเปง เดิอฯรเพงฯ ถ้าเต็มดวงเรียก เดือนมน เดิอฯรม฿นฯ และตอนพระจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้าหรือพ้นเมฆ เรียก เดือนแมน เดิอฯรแมนฯ

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: ลอยขึ้นฟ้า ไปหาเดือน

ดวงจันทร์เต็มดวงสีเทาเห็นหลุมและรอยด่างชัด บนพื้นหลังสีดำ
ดวงจันทร์เต็มดวง ที่คนเมืองเรียกว่าเดือนมน · ภาพ: Luc Viatour / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

พจนานุกรมยังบันทึกข้อสังเกตเรื่อง เดือน ไว้ว่า ชาวล้านนานับเดือนเร็วกว่าไทยภาคกลาง ๒ เดือน เช่น เทศกาลสงกรานต์ที่ภาคกลางว่าเดือน ๕ ตรงกับเดือน ๗ ของชาวล้านนา เดือนจึงเป็นทั้งดวงจันทร์และชื่อเดือนในปี

อยากเหล้นตวยดาว: อยากเล่นกับดวงดาว

ความคิดที่สองคือความอยากรู้อยากเห็น ผู้ร้องอยากไปเล่นท่ามกลางดวงดาว และอยากรู้ว่าดวงดาวอื่นมีหน้าตาเป็นอย่างไร ภาษาเมืองใช้ อยาก อยฯากฯ (ใคร่ ต้องการ ปรารถนา) เหล้น เห้ลฯร (เล่น ทำเพื่อสนุกหรือผ่อนอารมณ์) ตวย ทวฯยฯ (ตาม พร้อม ด้วย) และ ผ่อ ผํอฯ (ดู มอง ดูแล)

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: อยากเหล้นตวยดาว อยากไปผ่อ

ใจความคือ อยากเล่นกับดวงดาวและอยากไปดู เป็นความคิดทั่วไป ไม่ใช่การแปลวรรคใดในเพลง

💡 เกร็ดความรู้
พจนานุกรมมีชื่อดาวในคำเมืองสองชื่อที่น่ารู้ คือ ดาวง้อนไถ ดาวฯง้อฯรไถ ซึ่งแปลว่า ดาวไถ (ดาวฤกษ์ ๓ ดวงที่โคจรรอบกัน คนไทยมองเห็นเป็นรูปไถ) และ ดาวหมูกอง ดาวฯหูคอฯง ซึ่งแปลว่า ดาวประกายพฤกษ์

บ่อู้ หื้อมือ ใจ๋ฮู้: บอกด้วยวิธีอื่น

ความคิดที่สามคือหัวใจของชื่อเดิมของเพลง "In Other Words" ผู้ร้องไม่ได้บอกรักตรง ๆ แต่ขอให้อีกฝ่ายจับมือและให้ความใกล้ชิด แล้วจึงสรุปว่า "In other words, I love you" (Bart Howard, "Fly Me to the Moon", ๒๔๙๗) คือพูดอ้อมไปก่อนแล้วค่อยบอกตรง ๆ ตอนท้าย

ภาษาเมืองมี อู้ อู้ แปลว่า พูด คุย เจรจา ถ้าไม่พูดก็เติม บ่ บ (ไม่) นำหน้า หื้อ หื้ แปลว่า ให้ ยกให้ มอบให้ มือ มื คืออวัยวะที่ปลายแขน และ ฮู้ รู้ แปลว่า เข้าใจ ทราบ พจนานุกรมไม่มีคำกริยา "ถือ" ในความหมายจับมือ เราจึงใช้ "หื้อมือ" ตามที่เรียบเรียง ส่วน ใจ๋ ไจ คือหัวใจ สิ่งที่รู้สึกนึกคิด

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: บ่ต้องอู้ หื้อมือ ใจ๋ก็ฮู้

ใจความคือ ไม่ต้องพูด ยื่นมือให้ แล้วใจก็รู้เอง

ข้าฮักตั๋ว: คำว่ารักในคำเมือง

ความคิดที่สี่คือประโยคสุดท้ายของเพลง คือการบอกรักตรง ๆ ในภาษาเมือง ฮัก รักฯ เป็นคำกริยา แปลว่า ห่วงใยผูกพัน ชอบพออย่างเสน่หา หวงแหน (พจนานุกรมใช้คำเดียวกันกับชื่อต้นรักและกว่างฮักด้วย) ถ้าเป็นรักแท้ เรียก ฮักแต๊ รักฯแท้ ถ้ารักมากสนิทใจ เรียก ฮักแปง รักฯแพงฯ ส่วนคนรักเรียก ตี้ฮัก ที่รักฯ หรือ ตี้แปง ที่แพงฯ ซึ่งตรงกับคำว่า "darling" ในเพลง

สรรพนามที่ใช้กับคนรัก พจนานุกรมบอกว่า ตั๋ว ต฿วฯ ใช้แทน "คุณ" กับเพื่อนสนิทหรือคู่รัก ส่วนผู้พูดแทนตัวเองว่า ข้า ข้า (ปกติใช้กับชายวัยใกล้เคียงหรือเพื่อนสนิท) หรือ ข้าเจ้า ข้าเจั้า (คำสุภาพที่สตรีใช้) พจนานุกรมยังมีตัวอย่างประโยคจริงว่า "ฮักน้องแต๊อี้" (ปรากฏใน แต๊อี้ แท้อี้) ซึ่งแปลว่า รักน้องจริงรึ

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: ข้าฮักตั๋ว (ผู้ชายพูดกับคนรัก) · ข้าเจ้าฮักตั๋ว (ผู้หญิงพูดกับคนรัก)

ประโยคเหล่านี้เป็นการประกอบคำจากพจนานุกรมของเรา ยังไม่ใช่สำนวนมาตรฐานเพียงแบบเดียว ถ้าจะพูดจริง คนเมืองแต่ละถิ่นอาจพูดต่างกัน และมักใช้คำลงท้ายตามความสุภาพด้วย

ใจ๋ฮ้องเพลง ซื่อแต๊: หัวใจที่ร้องเพลง

ความคิดสุดท้ายคือ ขอให้หัวใจเต็มไปด้วยเสียงเพลง และขอให้อีกฝ่ายจริงใจ ภาษาเมืองมี ฮ้องเพลง ร้อฯงเพลฯฯง (ร้องเพลง) และ ม่วนอ๋กม่วนใจ๋ ม่วฯรอ฿กฯม่วฯรไจ (ปลื้มใจ สบายใจ) สำหรับความจริงใจ มี ซื่อ ซื่ แปลว่า ตรง ไม่คด ซื่อสัตย์ และ แต๊ แท้ แปลว่า แท้ จริง บริสุทธิ์ ไม่มีอะไรเจือปน

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: ใจ๋ฮ้องเพลง ซื่อแต๊ ฮักแต๊

ใจความคือ ใจร้องเพลง ซื่อตรงจริงใจ และรักแท้

สรุปคำเมืองจากความคิดของเพลง

ความคิด คำเมืองที่ใช้ ความหมายตามพจนานุกรม
ลอยขึ้นฟ้าไปหาเดือน ฟ้า ฟ้า · ดาว ดาวฯ · เดือน เดิอฯร · ลอย ลอฯยฯ · เดือนมน เดิอฯรม฿นฯ ส่วนเบื้องบนที่ปกคลุมแผ่นดิน · ดวงที่มีแสงบนฟ้า · ดวงจันทร์ · ทรงตัวอยู่ในอากาศ · พระจันทร์เต็มดวง
อยากเล่นกับดวงดาว อยาก อยฯากฯ · เหล้น เห้ลฯร · ตวย ทวฯยฯ · ผ่อ ผํอฯ ใคร่ ต้องการ · เล่น · ตาม พร้อม ด้วย · ดู มอง
บอกด้วยวิธีอื่น อู้ อู้ · หื้อ หื้ · มือ มื · ฮู้ รู้ พูด · ให้ · อวัยวะที่ปลายแขน · เข้าใจ ทราบ
บอกรัก ฮัก รักฯ · ฮักแต๊ รักฯแท้ · ตี้ฮัก ที่รักฯ · ตั๋ว ต฿วฯ · ข้า ข้า ห่วงใยผูกพัน · รักแท้ · คนรัก · คุณ (กับคนรัก) · ฉัน
ใจร้องเพลง ซื่อแต๊ ใจ๋ ไจ · ฮ้องเพลง ร้อฯงเพลฯฯง · ซื่อ ซื่ · แต๊ แท้ หัวใจ · ร้องเพลง · ตรง ซื่อสัตย์ · แท้ จริง

คำแปลทั้งหมดนี้เป็นสำนวนที่เราเรียบเรียงขึ้นจากคำในพจนานุกรม ไม่ใช่สำนวนมาตรฐานเพียงแบบเดียว คนเมืองแต่ละถิ่นอาจอู้ความคิดเดียวกันด้วยคำอื่นก็ได้ ขอให้เจ้าของภาษาคำเมืองช่วยตรวจสำนวนอีกครั้งก่อนนำไปใช้จริง

เทียบกับยี่เป็ง และการเกี้ยวแบบล้านนา

เพลงนี้พาคนฟังมองขึ้นไปบนฟ้า เหมือนที่คนล้านนามองขึ้นไปในคืน ยี่เป็ง ยี่เพงฯ ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่าเป็นวันเพ็ญเดือน ๒ เหนือ ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๑๒ ของภาคกลาง ในคืนนั้นมีประเพณีปล่อย โกมลอย โค฿มฯลอฯยฯ ซึ่งพจนานุกรมบรรยายว่าเป็นเครื่องเล่นทำจากกระดาษว่าว ลอยขึ้นฟ้า เพลงหนึ่งขอให้มีใครสักคนพาเราลอยไปหาเดือน อีกประเพณีหนึ่งส่งโกมลอยขึ้นไปหาเดือนเอง อ่านรายละเอียดเรื่องยี่เป็งและคำที่เกี่ยวข้องได้ในบทความ ยี่เป็ง ปี๋ใหม่ และตุง

โคมลอยจำนวนมากส่องแสงสีส้มลอยเต็มท้องฟ้ามืด มีคนยืนมองจากด้านหลังอยู่มุมล่าง
โคมลอยเต็มท้องฟ้าในเทศกาลยี่เป็ง ที่สันทราย (ตามชื่อไฟล์ในคอมมอนส์) เชียงใหม่ · ภาพ: Takeaway / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

อีกเรื่องที่เทียบกันได้คือ "การบอกรักแบบอ้อม" ซึ่งเป็นหัวใจของชื่อเดิม In Other Words ล้านนามีประเพณีที่คล้ายกัน พจนานุกรมอธิบาย แอ่วสาว แอ่วฯสาวฯ ว่า หลังกินข้าวแลง สาว ๆ จะนั่งทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เติ๋นหรือบริเวณนอกห้องนอน รอหนุ่มมาเยี่ยมพูดคุย ถือเป็นประเพณีหาคู่ของชาวล้านนาโบราณ คำที่เกี่ยวข้องคือ เต๊าะสาว โทอฯะสาวฯ (จีบสาว เกี้ยวพาราสี หรือเรียกว่า อู้สาว) และ เพงซอ เพลฯงซํอฯ ซึ่งพจนานุกรมบอกว่ามีเนื้อหาเป็นบทเกี้ยวพาราสีระหว่างชายหญิงด้วย การเกี้ยวผ่านบทร้องจึงเป็นการ "บอกรักด้วยวิธีอื่น" แบบหนึ่งของคนเมือง

ส่วนสีของฟ้ายามค่ำ คนเมืองมีคำเรียกสีน้ำเงินว่า แหล้ แห้ลฯ (พจนานุกรมบอกว่าบางถิ่นหมายถึงสีฟ้าหรือเขียวด้วย) อ่านเรื่องสีอื่น ๆ ได้ในบทความ สีคำเมือง และถ้าสนใจเรื่องความรักในเพลงคำเมืองของจรัล อ่านต่อได้ที่ เพลงสาวเชียงใหม่

สรุป

  • เดือน คือดวงจันทร์ เดือนเปง คือวันเพ็ญ เดือนมน คือพระจันทร์เต็มดวง ส่วน ดาว และ ฟ้า ใช้พูดถึงท้องฟ้ายามค่ำ
  • พจนานุกรมไม่มี "บิน" เราจึงใช้ ลอย แทน
  • ฮัก คือรัก ฮักแต๊ คือรักแท้ ตี้ฮัก คือคนรัก และ ตั๋ว ใช้เรียกคนรักแทน "คุณ"
  • ซื่อ คือซื่อตรง และ แต๊ คือแท้ จริง
  • สำนวน "แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา" ในบทความนี้เป็นการเล่าความคิด ไม่ใช่การแปลเนื้อเพลง

ค้นคำในบทความเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านต่อในชุดเดียวกัน: เพลงมายเวย์ · เพลงเยสเตอร์เดย์วันซมอร์ หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม

ลิขสิทธิ์และการให้เกียรติเจ้าของผลงาน

รายการ รายละเอียด
เพลง Fly Me to the Moon (ชื่อเดิม In Other Words)
คำร้อง Bart Howard (ภาษาอังกฤษ, ค.ศ. ๑๙๕๔)
ทำนอง Bart Howard
ผู้ขับร้อง / ฉบับที่รู้จัก Frank Sinatra กับ Count Basie and His Orchestra (ค.ศ. ๑๙๖๔)
สถานะ มีลิขสิทธิ์ เป็นของผู้ประพันธ์ ผู้จัดพิมพ์ และค่ายเพลงตามลำดับ

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมล้านนา โดยมรดกล้านนา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ไม่แสวงหากำไร ไม่ใช่การดัดแปลง แปล หรือเผยแพร่บทเพลงฉบับใหม่ เราอ้างเนื้อร้องเพียงบางวรรคสั้น ๆ พร้อมระบุที่มา เพื่อการศึกษา วิจารณ์ และแนะนำผลงาน ตามหลักการใช้งานโดยชอบธรรม (พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๓๒) ถ้อยคำภาษาคำเมืองในบทความเป็นการถ่ายทอดความคิดของเพลงด้วยถ้อยคำของมรดกล้านนาเอง ไม่ใช่คำแปลเนื้อเพลง วิดีโอที่ฝังไว้มาจากช่องทางการของผู้ถือสิทธิ์ และยังเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของ

ขอขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้ประพันธ์ ผู้ขับร้อง และผู้ถือสิทธิ์ทุกท่าน หากเจ้าของสิทธิ์ประสงค์ให้ปรับแก้หรือนำส่วนใดออก โปรดแจ้งที่ moradoklanna@gmail.com เรายินดีดำเนินการโดยเร็ว

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 38 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "เดือน" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 38 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

กล่องดนตรีรูปหัวใจสีงาช้าง มีตุ๊กตานักบัลเลต์ยืนอยู่บนฝา ตั้งบนพื้นสีขาว

เพลงแคนต์เฮลป์ฟอลลิงอินเลิฟ: เล่าความคิดของเพลงเป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Can't Help Falling in Love ของ Elvis Presley ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องฮัก ห้ามใจ๋บ่ได้ เปิ้นกับตั๋ว และเทียบกับ…

ผู้คนเดินเที่ยวถนนคนเดินวันอาทิตย์ในเมืองเชียงใหม่ สองข้างทางเป็นแผงขายของ

คำกริยาคำเมืองที่ใช้ทุกวัน: กิ๋น ย่าง ผ่อ อู้ หัน ฮู้

15 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำกริยาคำเมืองที่ใช้ทุกวันกว่า ๖๐ คำจากพจนานุกรม ตั้งแต่ กิ๋น ย่าง ผ่อ อู้ หัน ถึง จ่าย ปั๋น พร้อมวิธีปฏิเสธด้วย บ่ ถามด้วย ก่อ กา และ…

ถาดอาหารเหนือ มีน้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม แกงฮังเล ไส้อั่ว แคบหมู และผักสดวางบนใบตอง

กิ๋นล้ำกิ๋นลำ: เฉลย ๙๙ เมนูอาหารเหนือ และคำเมืองในเพลง

13 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เฉลยอาหารเหนือครบ ๙๙ เมนูในเพลงกิ๋นล้ำกิ๋นลำ พร้อมอักษรล้านนาและความหมายจากพจนานุกรม และเรียนคำเมือง กิ๋น ลำ หื้อ แล่ ม่วนแต๊ จากท่อนฮุก

ทิวเขาป่าเขียวใต้ท้องฟ้าสีฟ้าสด มีเมฆขาวเป็นก้อนลอยอยู่เหนือยอดเขา

เพลงวอทอะวันเดอร์ฟูลเวิลด์: เล่าความคิดของเพลงเป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง What a Wonderful World ของ Louis Armstrong ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องสีเขียว แดง ขาว เมฆ ละอ่อน และคำว่างามแต๊ เ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด