
ภาพ: Vyacheslav Argenberg / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)
สาวเชียงใหม่: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร
เพลงสาวเชียงใหม่ เป็นเพลงคำเมืองของ จรัล มโนเพ็ชร ที่ สุนทรี เวชานนท์ ร้องจนกลายเป็นเพลงประจำตัว ผู้ร้องเล่าเรื่องในบทบาทของหญิงสาวที่เรียกตัวเองว่า ข้าเจ้า ข้าเจั้า (คำเมืองอ่านว่า ข้าเจ้า) เพลงสั้น ๆ เพลงนี้มีทั้งคำเรียกคน ชื่อเมืองในคำเมือง คำพูดเรื่องแต่งงาน และสัมผัสที่ร้อยต่อกันทุกบท จึงเหมาะมากสำหรับฝึกฟังภาษาล้านนา
บทความนี้เป็นตอนหนึ่งของชุด เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม เพลงนี้ยังมีลิขสิทธิ์ เราจึงยกเนื้อร้องมาเพียงสั้น ๆ เท่าที่ใช้อธิบาย แล้วชวนไปฟังเพลงเต็มจากช่องทางทางการ
ฟังเพลงก่อน
ตามรายชื่อผลงานของจรัลในวิกิพีเดีย เพลงนี้อยู่ในชุด โฟล์คซองคำเมือง ลูกข้าวนึ่ง (พ.ศ. ๒๕๒๔) และถูกนำไปรวมในอีกหลายชุดภายหลัง บอน บอระเพ็ด (ผู้จัดการออนไลน์, ๒๕๕๕) เขียนว่าเพลงนี้ "ได้กลายเป็นบทเพลงอมตะประจำตัวของสุนทรีมาจนถึงทุกวันนี้" จรัลกับสุนทรียังร้องคู่กันในเพลงอื่นอีกมาก เช่น น้อยไจยา

ฉบับมิวสิกวิดีโอทางการจากช่อง Nititad AOA Official ซึ่งเผยแพร่ผลงานของจรัลและสุนทรี ลองฟังหนึ่งรอบก่อน แล้วค่อยอ่านคำอธิบายข้างล่าง
เรื่องในเพลง เล่าสั้น ๆ
เพลงเปิดด้วยประโยคที่คนจำได้ทั้งเมือง
ข้าเจ้าเป็นสาวเชียงใหม่ — สาวเชียงใหม่, คำร้อง/ทำนอง: จรัล มโนเพ็ชร
หญิงสาวเล่าว่าอีกไม่นานก็จะเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ตึงวัน ทึงฯวันฯ (คำเมืองอ่านว่า ตึงวัน แปลว่า ทุกวัน) มี บ่าว บ่าฯวฯ (คำเมืองอ่านว่า บ่าว ชายหนุ่มที่ยังไม่แต่งงาน) มา แอ่ว แอ่วฯ (คำเมืองอ่านว่า แอ่ว แปลว่า เที่ยว) มา อู้ อู้ (คำเมืองอ่านว่า อู้ แปลว่า พูด คุย) หนุ่มเหล่านี้มาจากหลายเมือง จนเธอต้องถามตัวเองว่าจะเลือก ไผ ไผ (คำเมืองอ่านว่า ไผ แปลว่า ใคร)
มีหนุ่มคนหนึ่งบอกว่าจะมาสู่ขอ เธอรอมาเป็นปีจนพ่อแม่เตรียมการแต่งงานไว้แล้ว แต่หนุ่มคนนั้นกลับหายไปไม่ส่งข่าว ตอนจบหญิงสาวจึงประกาศว่าจะไม่เชื่อใครอีก และจะแต่งงานกับหนุ่มชาวเขาแล้วไปอยู่บนดอย นี่คือการสรุปความด้วยคำของเราเอง ฟังเนื้อเต็มได้จากวิดีโอข้างบน
ชื่อเมืองในคำเมือง: หนุ่มมาจากไหนบ้าง
เพลงนี้สนุกตรงที่บอกที่มาของหนุ่มแต่ละคนด้วยชื่อเมืองแบบคำเมือง ผู้เรียนจะได้ฝึกชื่อจังหวัดในล้านนาไปพร้อมกัน
| ในเพลง | คำเมือง | ภาษาไทยกลาง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| สาวเชียงใหม่ | เจียงใหม่ ชยฯงไห่มฯ | เชียงใหม่ | ชื่อเพลงเขียนแบบไทยกลาง แต่คนเมืองออกเสียง เจียงใหม่ พจนานุกรมจึงเรียกเพลงนี้ว่า "สาวเจียงใหม่" |
| คนละปูน | หละปูน หลฯะพูร | ลำพูน | เพลงเขียน "ละปูน" |
| อ้ายบ่าวเจียงฮาย | เจียงฮาย ชยฯงรายฯ | เชียงราย | ฉบับหนึ่งเขียน "เชียงฮาย" |
| คนแป้ | เมืองแป้ เมิอฯงแระฯพ่ | แพร่ | พจนานุกรมบอกว่าคำเมืองออกเสียงแพร่ว่า "แป้" จึงน่าจะหมายถึงหนุ่มเมืองแพร่ |
ส่วนหนุ่มที่เหลือไม่ได้บอกเมือง บอกแค่ชื่อเล่นแบบคนเหนือรุ่นก่อน คือ "อ้ายคำ อ้ายมูล อ้ายสม อ้ายมี" คำว่า อ้าย อ้ายฯ (คำเมืองอ่านว่า อ้าย) คือพี่ชาย และใช้เรียกชายที่อายุมากกว่าตน
คำเรื่องแต่งงาน: ปู๋สะลี
ท่อนที่เล่าว่าหญิงสาวรอมาเป็นปี มีวลี "ป้อแม่ท่าปู๋สะลี" ที่คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้ความหมาย
- ป้อ พํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ป้อ) คือพ่อ ป้อแม่ จึงคือพ่อแม่
- ท่า ในเพลง ตรงกับคำที่พจนานุกรมเขียนว่า ถ้า ถ้า (คำเมืองอ่านว่า ถ้า) แปลว่า รอ คอย ไม่ใช่ "ถ้า" ที่แปลว่าหากแบบภาษาไทยกลาง
- ปู๋สะลี ปูสลี (คำเมืองอ่านว่า ปู๋สะลี) มาจาก ปู๋ (ปู) กับ สะลี สลี (คำเมืองอ่านว่า สะลี แปลว่า ที่นอนยัดนุ่น ฟูก)
พจนานุกรมอธิบายว่า เจื๋อสะลี หรือปู๋สะลี คือการที่ผู้ใหญ่จัดและปูที่นอนให้คู่บ่าวสาวในวันแต่งงาน และยกเพลงนี้เป็นตัวอย่างการใช้คำด้วย วลี "ป้อแม่ท่าปู๋สะลี" จึงบอกว่าพ่อแม่รอจัดงานแต่งอยู่แล้ว ได้ใจความในคำเดียวโดยไม่ต้องพูดถึงงานแต่งตรง ๆ
ตั๋วดี และ หายแส็บหายสอย
ประโยคถัดมา "อ้ายบ่าวตั๋วดี หายแซบหายสอย" เป็นคำบ่นที่ทั้งขำและเจ็บ
คำว่า ตั๋วดี ต฿วฯดี (คำเมืองอ่านว่า ตั๋วดี) ฟังเหมือนชม แต่พจนานุกรมให้ความหมายว่า คนไม่ดี หน้าไหว้หลังหลอก เชื่อถือไม่ได้ ในเพลงนี้จึงเป็นคำประชดหนุ่มที่ผิดสัญญา
หายแส็บหายสอย หายฯแสัปฯหายฯสอฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า หายแส็บหายสอย) แปลว่า หายเงียบไปเลย หายไปอย่างไร้ร่องรอย เนื้อร้องที่ช่องทางการพิมพ์ไว้เขียนว่า "หายแซบหายสอย" ส่วนพจนานุกรมเขียน "หายแส็บหายสอย" เป็นคำซ้อนแบบที่คำเมืองชอบใช้ คือมีคำว่า "หาย" นำหน้าสองครั้ง
ส่วนคำว่า ตั๋ว ต฿วฯ (คำเมืองอ่านว่า ตั๋ว) เมื่อใช้เดี่ยว ๆ เป็นสรรพนามเรียกเพื่อนสนิทหรือคนรัก คู่กับ เปิ้น เพิ่นฯ (คำเมืองอ่านว่า เปิ้น) ที่ใช้แทนตัวเอง ในเพลงนี้ "เปิ้น" อยู่ในวลี "เปิ้นบอกว่าจะมาขอ" หมายถึงเขาคนนั้น ซึ่งเป็นอีกความหมายหนึ่งของเปิ้น คือคนที่อยู่ห่างตัว
ตอนจบ: ไปอยู่ป๋ายดอย
ท่อนสุดท้ายหญิงสาวบอกว่า "จะแต่งกับแม้วไปอยู่ป๋ายดอย" คำว่า ป๋ายดอย ปลฯายดอฯยฯ (คำเมืองอ่านว่า ป๋ายดอย) แปลว่า ยอดดอย พจนานุกรมยกท่อนนี้ของเพลงเป็นตัวอย่างคำไว้ด้วย ดอย ดอฯย (คำเมืองอ่านว่า ดอย) คือภูเขาสูง ท่อนต่อมาบอกว่าจะ "ขายแหวนขายสร้อย" อยู่บน ดอยปุย ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ทางตะวันตกของเมืองเชียงใหม่
เสียงเปลี่ยนจากภาษาไทยกลาง
คำในเพลงนี้ช่วยให้เห็นว่าเสียงไทยกลางกลายเป็นเสียงคำเมืองอย่างไร ทุกคู่ในตารางมาจากพจนานุกรม และใช้อธิบายได้เฉพาะคำชุดนี้
| ไทยกลาง | คำเมือง | สิ่งที่เปลี่ยน |
|---|---|---|
| เชียงใหม่ · ชื่อ | เจียงใหม่ · จื้อ | ช เป็น จ |
| เชียงราย | เจียงฮาย | ช เป็น จ และ ร เป็น ฮ |
| พ่อ · แพร่ · ลำพูน | ป้อ · แป้ · หละปูน | พ เป็น ป |
| ปลาย | ป๋าย | ไม่มีเสียงควบ ล และใช้เสียงจัตวา |
| ปี · ตัว | ปี๋ · ตั๋ว | ใช้เสียงจัตวา |
| ทุกวัน | ตึงวัน | ใช้คำต่างกัน ตึง แปลว่า ทุก |
คำเล็ก ๆ ที่ได้ยินบ่อยในเพลงแต่ไม่มีเป็นคำตั้งในพจนานุกรม คือ แหม (อีก) เช่น "แหมบ่เต้าใด" (อีกไม่เท่าไร) ก่ (ก็) และ เจื้อ (เชื่อ) เช่น "บ่เจื้อแหมแล้ว" (ไม่เชื่ออีกแล้ว) คำว่า บ่ บ (คำเมืองอ่านว่า บ่) แปลว่า ไม่ และ เต้าใด เทัาฯฯได (คำเมืองอ่านว่า เต้าใด) แปลว่า เท่าไร
สัมผัสที่ร้อยข้ามบท
เพลงนี้มีสี่บท บทละสี่บรรทัด ถ้าดูเฉพาะคำท้ายบรรทัดจะเห็นรูปแบบที่ซ้ำกันทุกบท นี่คือการนับของเราจากเนื้อร้องฉบับช่องทางการ
| บท | คำท้ายบรรทัด ๑ → คำในบรรทัด ๒ | คำท้ายบรรทัด ๒ = ท้ายบรรทัด ๓ | ส่งต่อบทถัดไป |
|---|---|---|---|
| ๑ | ใหม่ → ใด | แล้ว · แอ่ว (และ แซว ในบรรทัด ๔) | ปูน |
| ๒ | ไผ → ฮาย | ลูน · ชุน | มี |
| ๓ | ขอ → รอ | ปี๋ · สะลี (และ ดี ในบรรทัด ๔) | สอย |
| ๔ | แล้ว → แม้ว | ดอย · พลอย (และ สร้อย ในบรรทัด ๔) | ปุย |
คำท้ายบทหนึ่งกำหนดเสียงสัมผัสของบทถัดไป เช่น ปูน ท้ายบทแรก ไปสัมผัสกับ ลูน และ ชุน ในบทที่สอง และ มี ท้ายบทที่สอง ไปสัมผัสกับ ปี๋ สะลี ดี ในบทที่สาม สัมผัสแบบร้อยต่อกันเป็นโซ่นี้คล้ายกับที่พบในคำประพันธ์ล้านนาอย่าง ค่าว ช่วยให้แต่ละบทร้องต่อกันได้ลื่นไหล
เนื้อร้องแต่ละฉบับเขียนต่างกันอย่างไร
เราเทียบเนื้อร้องจากสามแหล่ง ได้แก่ (ก) คำบรรยายวิดีโอ "สาวเชียงใหม่ Ver. โฟล์คซองคำเมือง" ของช่อง Nititad AOA Official (ข) คำบรรยายมิวสิกวิดีโอของช่องเดียวกัน และ (ค) สองท่อนที่พจนานุกรมมรดกล้านนายกไว้ คำส่วนใหญ่ตรงกัน ที่ต่างกันเป็นเรื่องการสะกด
- เจียงฮาย (ก) / เชียงฮาย (ข)
- จื้อแก้วมาลูน (ก) / ชื่อแก้วมาลูน (ข)
- อ้ายก๋อง (ก) / อ้ายป๋อง (ข) ชื่อหนุ่มเมืองแพร่ไม่ตรงกัน
- ท่าปู๋สะลี (ก, ข) / ถ้าปู๋สะลี (ค)
- หายแซบหายสอย (ก, ข) / หายแส็บหายสอย (ค)
- แต่งกับแม้ว (ก, ข) / แต่งกั๋บแม้ว (ค)
- ข้าเจ้าก่รอ (ก, ข) / ข้าเจ้าก็รอ (ค)
ความหมายของเพลงโดยรวม
สาวเชียงใหม่คนหนึ่งกำลังจะเป็นสาวเต็มตัว มีหนุ่มจากลำพูน เชียงราย แพร่ และหนุ่มในบ้านอีกหลายคนมาเที่ยวหาทุกวัน หนุ่มคนหนึ่งสัญญาว่าจะมาสู่ขอ เธอรอเป็นปีจนพ่อแม่เตรียมงานแต่งไว้แล้ว แต่เขาหายเงียบไป เธอจึงตัดสินใจไม่เชื่อคำหวานของใครอีก และประชดว่าจะแต่งงานไปอยู่บนดอยปุย ขายผ้า ขายเครื่องประดับ น้ำเสียงของเพลงจึงทั้งสนุก ขี้เล่น และแฝงความน้อยใจ
สรุป
- เพลงสาวเชียงใหม่ของจรัล มโนเพ็ชร ร้องโดยสุนทรี เวชานนท์ เล่าเรื่องผ่านหญิงสาวที่เรียกตัวเองว่า ข้าเจ้า
- เพลงนี้ช่วยฝึกชื่อเมืองในคำเมือง ได้แก่ เจียงใหม่ หละปูน เจียงฮาย และ แป้ (แพร่)
- ปู๋สะลี คือการปูที่นอนให้คู่บ่าวสาวในวันแต่งงาน ตั๋วดี คือคนเชื่อถือไม่ได้ หายแส็บหายสอย คือหายเงียบ
- เสียงเปลี่ยนที่เห็นชัดคือ ช เป็น จ, ร เป็น ฮ และ พ เป็น ป
- คำท้ายแต่ละบทกำหนดสัมผัสของบทถัดไป ร้อยกันเป็นโซ่ทั้งเพลง
ค้นคำเรื่องงานแต่งและคำเรียกคนเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านภาษาเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาวล้านนาได้ที่ คำอู้บ่าวอู้สาว และอีกเพลงของจรัลกับสุนทรีที่ เพลงน้อยไจยา
อ่านต่อในชุดเดียวกัน: สาวมอเตอร์ไซค์ · ล่องแม่ปิง · เพลงน้อยไจยา หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม
แหล่งอ้างอิง
- พจนานุกรมมรดกล้านนา (dict2) คำ ข้าเจ้า, เจื๋อสะลี, ปู๋สะลี, ตั๋วดี, หายแส็บหายสอย, ป๋ายดอย, เมืองแป้, แม้ว และคำอื่นในบทความ
- Nititad AOA Official. (๒๕๕๙). สาวเชียงใหม่ Ver. โฟล์คซองคำเมือง. YouTube (เนื้อร้องในคำบรรยายวิดีโอ)
- Nititad AOA Official. (๒๕๕๗). สาวเชียงใหม่ – สุนทรี เวชานนท์-จรัล มโนเพ็ชร (Official Music Video). YouTube
- บอน บอระเพ็ด. (๒๕๕๕, ๗ พฤษภาคม). “จากยอดดอย-มิดะ” อมตะเพลง“จรัล”ยุคคลาสสิค. ผู้จัดการออนไลน์
- วิกิพีเดีย. จรัล มโนเพ็ชร (ใช้ตรวจรายชื่ออัลบั้มเบื้องต้น)
ค้นหาคำว่า "ข้าเจ้า" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา
🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 33 คำ จำได้แค่ไหน?


