มรดกล้านนา

🌐 Read in English

เจดีย์ทองคำสององค์และอาคารหลังคาซ้อนชั้นที่เจดีย์ไจตะลาน เมืองมะละแหม่ง ประเทศเมียนมา ใต้ท้องฟ้าสีคราม

ภาพ: PsamatheM / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

มะเมี๊ยะ: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร

เพลงมะเมี๊ยะ เป็นเพลงโฟล์คซองคำเมืองที่ จรัล มโนเพ็ชร เขียนคำร้องและทำนอง แล้ว สุนทรี เวชานนท์ ขับร้องจนคนทั่วประเทศรู้จัก เพลงเล่าถึงหญิงสาวชาวพม่ากับเจ้าชายจากเชียงใหม่ ในบทเพลงมีคำเมืองที่ใช้ในชีวิตจริงอยู่มาก ทั้ง ฮัก รักฯ (คำเมืองอ่านว่า ฮัก) ไผ ไผ (อ่านว่า ไผ) และ ป้อจาย พํอฯชายฯ (อ่านว่า ป้อจาย) บทความนี้จึงอ่านเพลงเป็นบทเรียนภาษา แล้วแยกให้ชัดว่า "เนื้อเพลงบอกอะไร" กับ "แหล่งต่าง ๆ เล่าเรื่องจริงว่าอย่างไร"

บทความนี้เป็นตอนหนึ่งของชุด เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม เพลงยังมีลิขสิทธิ์ เราจึงยกเนื้อร้องมาเพียงวรรคสั้น ๆ เท่าที่ใช้อธิบาย แล้วชวนไปฟังเพลงเต็มจากช่องทางการ ส่วนเรื่องของเจ้าน้อยศุขเกษมเล่าด้วยความเคารพต่อเจ้านายฝ่ายเหนือและตระกูล ณ เชียงใหม่ โดยบอกที่มาของข้อมูลทุกจุด

พํอฯชายฯ
ป้อจาย
น.ผู้ชาย - มนุษย์เพศชาย คำนี้ถิ่นล้านนาหมายถึงมนุษย์เพศชาย ไม่ว่าอายุเท่าใด จะเป็นทารก เด็ก หนุ่มสาว หรือผู้สูงอายุที่เป็นเพศชาย เรียก "ป้อจาย" เช่นเดียวกันหมด
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ฟังเพลงก่อน

เพลงมะเมี๊ยะอยู่ในอัลบั้ม โฟล์คซองคำเมือง ลูกข้าวนึ่ง (พ.ศ. ๒๕๒๔) เป็นเพลงลำดับที่ ๑๐ ตามรายชื่อผลงานในวิกิพีเดีย ซึ่งตรงกับตารางอัลบั้มในงานวิจัยของ เอื้อมพร ทิพย์เดช และสิริวรรณ นันทจันทูล (๒๕๖๖) บทความของ LANNER (ธันยชนก อินทะรังษี, ๒๕๖๗) ระบุว่าบันทึกเสียงในปี ๒๕๒๔ โดยจรัลเป็นผู้เขียนคำร้องและทำนอง ส่วนวิกิพีเดียหน้าเรื่องมะเมียะระบุปี ๒๕๒๐ ซึ่งไม่ตรงกับแหล่งอื่น เราจึงใช้ปี ๒๕๒๔ ตามรายชื่ออัลบั้ม

มะเมียะ - สุนทรี เวชานนท์ (ภาพคอนเสิร์ต)
มะเมียะ - สุนทรี เวชานนท์ (ภาพคอนเสิร์ต)

เป็นวิดีโอจากช่อง Nititad AOA Official ซึ่งเผยแพร่ผลงานของจรัลและสุนทรี ลองฟังหนึ่งรอบก่อน แล้วค่อยอ่านคำอธิบายข้างล่าง

เรื่องในเพลง เล่าสั้น ๆ

เพลงเปิดด้วยเสียงเล่าเรื่องแบบพูด บอกว่าเรื่องนี้เกิดมานานหลายสิบปีแล้ว เจ้าน้อยศุขเกษมอายุสิบห้าปี เจ้าพ่อส่งไปเรียนหนังสือที่เมืองมะละแหม่ง จากนั้นจึงเข้าสู่ทำนองเพลง เล่าว่ามะเมี๊ยะเป็นแม่ค้าชาวพม่า งดงามจนมีหนุ่มมาหลงรัก แต่เธอมอบใจให้เจ้าน้อยผู้เป็นลูกของเจ้านายเมืองเชียงใหม่ เมื่อเจ้าชายเรียนจบต้องจากเธอกลับบ้านเมือง เธอปลอมตัวเป็นชายตามมา แต่ความรักข้ามชนชั้นและชาติกำเนิดผิดจารีตสมัยนั้น ทั้งคู่จึงต้องแยกกัน ท้ายเพลงเล่าว่าเจ้าชายตรอมใจตาย และมะเมี๊ยะไปบวชชี

นี่คือการสรุปความด้วยคำของเรา ผู้ฟังควรฟังเพลงเต็มจากวิดีโอข้างบน

คำในเพลง: ตารางอ่านเร็ว

เนื้อร้องที่เรายกมาตรวจกับคำบรรยายวิดีโอของ Nititad AOA Official และเนื้อเพลงที่ MUSIC DEE DEE Official เผยแพร่ ซึ่งตรงกัน (ดูหมายเหตุตอนท้ายบทความ) พจนานุกรมมรดกล้านนาเป็นหลักในการสะกดและความหมาย

ในเพลง คำเมืองในพจนานุกรม ความหมาย
แม่ก้า ก๊า ค้าฯ (อ่านว่า ก๊า) ค้า ซื้อขายแลกเปลี่ยน แม่ก้า คือแม่ค้า คำใกล้เคียงคือ แม่กาด แม่กาดฯ ผู้ที่มาซื้อหรือขายของที่ตลาด
ฮัก ฮัก รักฯ ห่วงใยผูกพัน ชอบพออย่างเสน่หา เช่น หนุ่มสาวรักกัน
ไผ ไผ ไผ ใคร ผู้ใด เช่น ไผเป๋นคนเยียะ คือ ใครเป็นคนทำ
ฮื้อ หื้อ หื้ (อ่านว่า หื้อ) ให้ เอาให้ ยกให้ มอบให้ เพลงเขียน "ฮื้อ"
ป้อจาย ป้อจาย พํอฯชายฯ ผู้ชาย ไม่ว่าอายุเท่าใด
เป๋น เป๋น เปนฯ เป็น
ตี้ ตี้ ที่ ที่ (สถานที่ ถิ่น แหล่ง ลำดับก่อนหลัง)
หัวใจ๋ หัวใจ๋ ห฿วฯไจ หัวใจ
มีด · ดาบ · ฟัน มีด มีดฯ · ดาบ ดาปฯ · ฟัน ฟันฯ เครื่องมือมีคมและการฟาดลงอย่างแรง ใช้เป็นภาพเปรียบ
ลา · จาก ลา ลา · จาก จากฯ ละ ทิ้ง จากไป · ออกไปพ้นจากที่ใดที่หนึ่ง
เฮย เฮย เฮิยฯ คำสร้อยที่ใช้ท้ายบทร้อยกรอง เช่น ลูกหลานเฮย

ฮัก ไผ หื้อ: คำเล็ก ๆ ที่ทำให้เพลงเป็นคำเมือง

เพลงบอกว่ามะเมี๊ยะ "บ่ยอมฮักไผ" (ไม่ยอมรักใคร) แล้ว "มอบใจ๋ฮื้อ" หนุ่มคนหนึ่ง พจนานุกรมให้ความหมาย ฮัก ว่า ห่วงใยผูกพัน และชอบพออย่างเสน่หา เช่น หนุ่มสาวรักกัน ส่วน ไผ คือคำถามว่า "ใคร" ซึ่งเพลงใช้ในประโยคปฏิเสธว่าไม่ยอมรักใคร

คำว่า หื้อ ที่เพลงเขียน "ฮื้อ" แปลว่า ให้ มอบให้ ในเพลง ใจ๋ ไจ (อ่านว่า ใจ๋ แปลว่า หัวใจ ความรู้สึก) เป็นสิ่งที่เธอมอบให้ ถ้อยคำสั้น ๆ นี้บอกว่าเธอเลือกเองอย่างจริงใจ

พจนานุกรมยังมีคำ ฮักแต๊ รักฯแท้ (อ่านว่า ฮักแต๊) แปลว่า รักแท้ รักจริง ถ้าอยากเรียกความรักแบบที่เพลงเล่า ก็ใช้คำนี้เพิ่ม แต๊ ลงท้ายได้

ป้อจาย: ปลอมเป็นชาย

ท่อนที่เล่าว่ามะเมี๊ยะตามเจ้าชายมามีวรรคว่า

ปลอมเป๋นป้อจายหนีตามมา — มะเมี๊ยะ, คำร้อง/ทำนอง: จรัล มโนเพ็ชร

ป้อจาย แปลตรงตัวว่า "พ่อชาย" พจนานุกรมอธิบายว่าหมายถึงมนุษย์เพศชายไม่ว่าอายุเท่าใด จะเป็นทารก เด็ก หนุ่มสาว หรือผู้สูงอายุก็เรียก "ป้อจาย" เหมือนกัน พจนานุกรมให้ความหมาย สาว สาวฯ (อ่านว่า สาว) ว่า หญิงที่ยังไม่แต่งงาน และมีอายุพ้นวัยเด็กตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไป คู่กับชายที่เรียก บ่าว ซึ่งเป็นคู่คำที่ได้ยินในเพลงสาวเชียงใหม่

งามล้ำ: ความงามกับสำนวนเปรียบ

เพลงชมมะเมี๊ยะว่า "งามล้ำเหมือนเดือนส่องแสง" คำว่า ล้ำ ลํา (อ่านว่า ล้ำ) ในพจนานุกรมมีความหมายว่า ข้ามผ่านเข้าไปเกินเขตที่กำหนด และเมื่อเป็นคำขยายแปลว่า ยิ่ง ล้น โดยยกตัวอย่างว่า "งามล้ำ" คือ สวยยิ่ง ตรงกับที่ใช้ในเพลงพอดี

ตอนเศร้าที่สุดเพลงเปรียบความเจ็บว่า "มีดสับดาบฟันหัวใจ๋" ซึ่งใช้ภาพของมีดและดาบ ไม่ได้บรรยายตรง ๆ ว่าเสียใจ ผู้ฟังรู้สึกถึงความเจ็บได้ทันที นี่เป็นเทคนิคของเพลงโฟล์คที่เล่าเรื่อง คือใช้ภาพเปรียบแทนคำบอกความรู้สึก

💡 เกร็ดความรู้
เจ้า ในสองความหมาย คำว่า เจ้า เจั้า ในพจนานุกรมหมายถึง เจ้านาย ผู้มีเชื้อสายมาจากเจ้าหลวงผู้ปกครองล้านนา และยังเป็นคำลงท้ายประโยคเพื่อแสดงความอ่อนน้อม ปัจจุบันใช้เฉพาะผู้หญิง เช่น "กิ๋นแล้วเจ้า" (กินแล้วค่ะ) ส่วนในเพลง เจ้าน้อย เจ้าชาย เป็นการเรียกเชื้อพระวงศ์ฝ่ายเหนือ

เสียงเปลี่ยนจากภาษาไทยกลาง

เนื้อเพลงให้ตัวอย่างเสียงคำเมืองที่ต่างจากไทยกลางหลายแบบ ทุกคู่ในตารางตรวจกับพจนานุกรมแล้ว

ไทยกลาง คำเมืองในเพลง สิ่งที่เปลี่ยน
รัก ฮัก ร เป็น ฮ
เรียน เฮียน (เรียนหนังสือ) ร เป็น ฮ
เป็น เป๋น เสียงจัตวา
ที่ ตี้ พยัญชนะและเสียงวรรณยุกต์ต่างกัน
ปี ปี๋ เสียงจัตวา
ให้ หื้อ เสียงและการสะกดต่างกัน (เพลงเขียน ฮื้อ)
ใคร ไผ ใช้คำต่างกัน
ผู้ชาย ป้อจาย ใช้คำต่างกัน

ท้ายเพลงมีวรรค "ความฮักมักเป๋นเช่นนี้" ก่อนจบด้วยคำสร้อย "แลเฮย" ซึ่งพจนานุกรมบันทึก เฮย ว่าเป็นคำสร้อยท้ายบทร้อยกรอง เหมือนเสียงถอนใจของผู้เล่าเรื่อง

เรื่องที่เล่ากัน กับสิ่งที่แต่ละแหล่งบอก

เรื่องของเจ้าน้อยศุขเกษมกับมะเมียะเป็นที่รู้จักกว้างขวางผ่านเพลง ละคร และภาพยนตร์ แต่แหล่งข้อมูลเล่าไม่ตรงกันหลายจุด เราจึงแยกให้ดูทีละส่วน

เรื่องเล่าที่แพร่หลาย เรื่องนี้เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือ เพ็ชร์ลานนา ของ ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง (พ.ศ. ๒๕๐๗) ตามที่สรุปไว้ในบทความของสถาบันปรีดี พนมยงค์ (กวินพร เจริญศรี, ๒๕๖๘) และ LANNER (๒๕๖๗) เล่าว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๑ เจ้าแก้วนวรัฐส่งเจ้าน้อยศุขเกษมไปเรียนที่เมืองมะละแหม่ง พบมะเมียะราว พ.ศ. ๒๔๔๕ และอยู่กินกัน ต่อมา พ.ศ. ๒๔๔๖ เจ้าน้อยถูกเรียกกลับเชียงใหม่ มะเมียะปลอมตัวเป็นชายตามมา แล้วถูกส่งกลับ เจ้าน้อยสมรสกับเจ้านางบัวชุม ส่วนมะเมียะบวชชี เจ้าแก้วนวรัฐที่ถูกเอ่ยถึงในเรื่อง พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกไว้ในคำ เจ้าหลวง เจั้าหลฯวฯง ว่าท่านคือพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงองค์สุดท้าย (องค์ที่ ๙) ของเชียงใหม่ อ่านเรื่องเจ้าหลวงองค์แรกได้ที่ พระเจ้ากาวิละ

เจั้าหลฯวฯง
เจ้าหลวง
น.คำที่ใช้ เรียกผู้นำสูงสุดในเมืองใหญ่ซึ่งเป็นเมืองเอกคือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เป็นประมุขของเจ้านายทั้งหลาย และมี ฐานะเป็นเจ้าชีวิตของคนทั่วไป เจ้าหลวงต้องได้รับการยินยอมจากเหล่าเจ้านายทั้งปวง เจ้าหลวงจะต้องได้รับการแต่งตั้งจากผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า, เจ้าผู้ครองประเทศราช,เจ้าผู้ครองนคร เช่นเจ้าหลวง กาวิละเป็นเจ้าหลวงองค์แรก และพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐเป็นเจ้าหลวงองค์สุดท้าย (องค์ที่๙) ของเชียงใหม่
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

บันทึกที่ตรวจสอบได้ ราชกิจจานุเบกษาบันทึกการตั้งบรรดาศักดิ์ "เจ้าอุตรการโกศล" และข่าวตายของท่านไว้ ตามที่วิกิพีเดียและคมชัดลึก (๒๕๖๑) สรุป ท่านถึงแก่กรรมเมื่ออายุ ๓๓ ปี ในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ตามปีแบบเดิมที่เริ่มปีใหม่ในวันที่ ๑ เมษายน ซึ่งตรงกับ พ.ศ. ๒๔๕๗ ตามการนับปัจจุบัน ส่วนวันที่เป็น ๒๐ หรือ ๒๑ มีนาคมต่างกันไปตามแหล่ง เพลงบอกว่าเจ้าชาย "ตรอมใจตาย" ซึ่งเป็นการเล่าแบบตำนาน ไม่ใช่สาเหตุที่บันทึกทางการระบุ

ประเด็นที่แหล่งข้อมูลเล่าไม่ตรงกัน

สถาบันปรีดี พนมยงค์ (๒๕๖๘) รวบรวมประเด็นที่ ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะ เสนอไว้ในมติชนสุดสัปดาห์ (๒๕๖๔) พร้อมความเห็นของนักวิชาการอื่น ตัวอย่างที่น่าสนใจมีดังนี้

  • โรงเรียนและปี: หนังสือเพ็ชร์ลานนาไม่ระบุชื่อโรงเรียน อาจารย์สมฤทธิ์ ลือชัย (ศิลปวัฒนธรรม, ๒๕๕๕) ไปสอบถามที่โรงเรียนเซนต์แพทริกที่เมืองมะละแหม่ง บาทหลวงที่โรงเรียนบอกว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ และรายชื่อนักเรียนที่มีอยู่ไม่ถึงปี ๒๔๔๖ อายุของเจ้าน้อยเมื่อไปเรียนยังต่างกันตามแหล่ง คือสิบห้าปีในเรื่องเล่า แต่วรชาติ มีชูบท ชี้ว่าถ้าไปเมื่ออายุสิบเก้าปีจะผิดปกติ
  • ชื่อมะเมียะ: เพ็ญสุภาเสนอว่าเป็นชื่อสมมติที่ผู้เขียนตั้งให้
  • เหตุผลที่ต้องแยกกัน: เรื่องเล่าบางฉบับว่าเพราะฐานะต่างกัน และทางเจ้านายมีคู่หมั้นเตรียมไว้แล้ว บางฉบับว่าเพราะการเมืองสยาม-อังกฤษ ธเนศวร์ เจริญเมือง เห็นว่าปัญหาหลักน่าจะเป็นเรื่องฐานันดรและชนชั้นมากกว่า โดยเทียบกับกรณีเจ้าอินทนนท์ที่สมรสกับเจ้านางสุคันธาจากเชียงตุงได้อย่างเปิดเผย
  • หนังสือต้นเรื่องเปลี่ยนไปในแต่ละครั้งที่พิมพ์: สมฤทธิ์ชี้ว่าฉบับพิมพ์ปี ๒๕๐๗ กับปี ๒๕๒๓ เล่าบั้นปลายชีวิตสมรสของเจ้าน้อยไม่เหมือนกัน (LANNER, ๒๕๖๗)
  • ตัวตนของแม่ชี: ปีที่ญาติเจ้านายไปพบแม่ชีที่มะละแหม่งระบุต่างกัน คือ ๒๔๕๒ และ ๒๔๕๘ และกู่ที่เคยมีผู้สงสัยว่าเป็นของมะเมียะที่วัดสวนดอก สมฤทธิ์ระบุในปี ๒๕๖๖ ว่าเป็นกู่ของเจ้านายท่านอื่น
  • เรื่องแต่งหรือเรื่องจริง: บัณรส บัวคลี่ มองว่าเป็นเรื่องแต่งต่อยอดจากเจ้าน้อยศุขเกษมตัวจริง วรชาติ มีชูบท เสนอว่าเรื่องอาจมาจากเจ้านายอีกพระองค์ แต่ผู้ตอบแย้งชี้ว่าเป็นคนละคน

บทความของสถาบันปรีดีสรุปว่าเรื่องนี้ยืนอยู่ระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องแต่ง เราจึงอ่านเพลงมะเมี๊ยะเป็น บทเพลงที่เล่าตำนานรัก ไม่ใช่บันทึกประวัติศาสตร์ และไม่ตัดสินแทนใคร ส่วนที่เนื้อเพลงยืนยันได้คือสิ่งที่จรัลเลือกเล่า ได้แก่ ความรักข้ามชาติ ความเจ็บ และประเพณีที่ต้องรักษา

เรื่องเจ้านายฝ่ายเหนือในยุคเดียวกันซึ่งเกี่ยวพันกับราชสำนักสยาม อ่านต่อได้ที่ เจ้าดารารัศมี

ที่มาของเพลง และเสียงร้องไห้ในห้องอัด

งานวิจัยของเอื้อมพรและสิริวรรณ (๒๕๖๖) วิเคราะห์ว่าเพลงมะเมี๊ยะสะท้อนการรักษาขนบประเพณีของคนเมือง ผ่านคำเชื่อมขัดแย้งอย่าง "แต่" ที่เทียบฐานะของสองคน งานวิจัยยกวรรค "แต่สุดตี้ฮักเป๋นพม่า" และ "ผิดประเพณีสืบมาต้องร้างราแยกทาง" เป็นตัวอย่าง แล้วชี้ว่าคำว่า "ต้อง" แสดงความเชื่อว่าการแยกกันคือสิ่งที่ถูกตามจารีต

ส่วนเบื้องหลังการบันทึกเสียง LANNER และรายการ Song of Fame ของไทยพีบีเอสเล่าในทำนองเดียวกันว่า สุนทรีร้องไห้หนักจนอัดเสียงไม่ได้ในครั้งแรก ไทยพีบีเอสระบุว่าเธอต้องนำดอกไม้ ธูป เทียน ไปขอขมาที่วัดสวนดอกก่อนจึงบันทึกเสียงได้สำเร็จ LANNER ยังบันทึกว่าจรัลแทบไม่ร้องเพลงนี้บนเวที เพราะมีผู้เล่ากันว่าเป็นเพลงอาถรรพ์ ซึ่งเป็นความเชื่อของผู้เล่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

เจดีย์ขาวและเจดีย์ทองของวัดสวนดอก เชียงใหม่ ใต้ท้องฟ้าเมฆมาก
วัดสวนดอก เชียงใหม่ ตามรายงานของไทยพีบีเอส เป็นวัดที่สุนทรีไปขอขมาก่อนบันทึกเสียงเพลงนี้ ภาพ: Christophe95 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

เมืองมะละแหม่งที่เพลงเอ่ยถึงเป็นเมืองจริงในประเทศเมียนมา ภาพหน้าบทความคือเจดีย์ไจตะลานในเมืองนี้ ซึ่งตามเรื่องเล่าที่คมชัดลึก (๒๕๖๑) สรุปไว้ ทั้งคู่สาบานรักกันที่ลานเจดีย์นี้ ส่วนภาพอาคารยุคอาณานิคมด้านล่างช่วยให้นึกถึงบรรยากาศเมืองท่าที่คนเหนือเดินทางไปเรียนและค้าขายเมื่อกว่าร้อยปีก่อน

อาคารยุคอาณานิคมสีซีดที่มีระเบียงและบานเกล็ดไม้ ในเมืองมะละแหม่ง ประเทศเมียนมา
อาคารยุคอาณานิคมในเมืองมะละแหม่ง เมียนมา ภาพ: Adam Jones / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.0)
เนื้อร้องแต่ละฉบับเขียนต่างกันอย่างไร

เราเทียบเนื้อร้องจากคำบรรยายวิดีโอของ Nititad AOA Official (๒๕๕๘) กับเนื้อเพลงที่ MUSIC DEE DEE Official เผยแพร่ (๒๕๖๗) และตัวอย่างหนึ่งวรรคในงานวิจัยของเอื้อมพรและสิริวรรณ (๒๕๖๖, น. ๑๗๖) วรรคที่ยกในบทความตรงกันทุกแหล่ง ความต่างอยู่ที่เสียงพูดเปิดเพลงและการสะกด

  • เรื่องมันเก้าสิบปี๋มาแล้ว (Nititad) / เรื่องมันแปดสิบปี๋มาแล้ว (MUSIC DEE DEE)
  • ฮื้อ ในเพลง / หื้อ ในพจนานุกรม
  • ก้า ในเพลง ("แม่ก้า") / ก๊า ในพจนานุกรม
  • บวชชี ในเพลง / พจนานุกรมบันทึก บวช ว่าเป็นการบรรพชาเป็นสามเณร และมี แม่ชี เป็นคำของนักพรตหญิง

ความหมายของเพลงโดยรวม

มะเมี๊ยะเป็นเพลงเล่าเรื่องที่ใช้เสียงพูด ทำนองเศร้า และคำเมืองง่าย ๆ เปิดให้คนฟังรู้ว่าความรักสองคนไม่อาจชนะกรอบของยุคสมัย จบด้วยประโยคสั้น ๆ ที่เหมือนบทสรุปของชีวิตว่า ความรักมักเป็นเช่นนี้ สำหรับผู้เรียนภาษา เพลงนี้ให้คำพื้นฐานของคำเมืองหลายคำ ทั้ง ฮัก ไผ หื้อ ป้อจาย และสำนวนเปรียบอย่างมีดสับดาบฟันหัวใจ๋

สรุป

  • มะเมี๊ยะ จรัล มโนเพ็ชร เขียนคำร้องและทำนอง สุนทรี เวชานนท์ขับร้อง อยู่ในอัลบั้ม โฟล์คซองคำเมือง ลูกข้าวนึ่ง (๒๕๒๔)
  • คำที่ได้จากเพลง ได้แก่ ฮัก (รัก) ไผ (ใคร) หื้อ (ให้) ป้อจาย (ผู้ชาย) ล้ำ (ยิ่ง) และ เฮย (คำสร้อย)
  • เสียงเปลี่ยนที่เห็นชัดคือ ร เป็น ฮ (รัก เป็น ฮัก) และเสียงจัตวาในคำอย่าง เป๋น ปี๋
  • เรื่องเจ้าน้อยศุขเกษมกับมะเมียะเล่าไม่ตรงกันในหลายจุด เพลงจึงควรฟังเป็นตำนานรักที่ศิลปินเลือกเล่า
  • เบื้องหลังการบันทึกเสียงเล่ากันว่าสุนทรีร้องไห้จนต้องไปขอขมาที่วัดสวนดอกก่อนบันทึกสำเร็จ

ค้นคำในเพลงเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านการ "ร้องเล่าเรื่อง" แบบเดียวกันได้ที่ เพลงสาวเชียงใหม่ ซึ่งสุนทรีร้องเช่นกัน

อ่านต่อในชุดเดียวกัน: เพลงน้อยไจยา · ล่องแม่ปิง หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 21 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "ป้อจาย" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 21 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

กำแพงอิฐแดงของเมืองเก่าเชียงใหม่ที่ประตูท่าแพ มีต้นไม้ใหญ่และลานกว้างด้านหน้า ท้องฟ้าสดใส

เพลงพี่สาวครับ: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงพี่สาวครับของจรัล มโนเพ็ชร รู้จักคำเรียกขาน ปี้ อ้าย น้อง คำว่า ก่อ บ่ ยับ ละอ่อน ฮัก หน่าย และวิธีพูดสุภาพแบบคนเมือง

ถาดอาหารเหนือ มีน้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม แกงฮังเล ไส้อั่ว แคบหมู และผักสดวางบนใบตอง

กิ๋นล้ำกิ๋นลำ: เฉลย ๙๙ เมนูอาหารเหนือ และคำเมืองในเพลง

13 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เฉลยอาหารเหนือครบ ๙๙ เมนูในเพลงกิ๋นล้ำกิ๋นลำ พร้อมอักษรล้านนาและความหมายจากพจนานุกรม และเรียนคำเมือง กิ๋น ลำ หื้อ แล่ ม่วนแต๊ จากท่อนฮุก

ภายในกาดวโรรส เชียงใหม่ มองจากชั้นบน เห็นแผงขายของแห้งและผู้คนเดินจับจ่ายแน่นตลาด

เกี๋ยงแก้ว: เรียนคำเมืองจากเพลงแม่อุ๊ยเมืองหละปูน

13 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงเกี๋ยงแก้ว เพลงของ OverNormal ที่เล่าเรื่องแม่อุ๊ยเมืองหละปูน อ่านเนื้อร้องทีละบาท รู้จักคำว่า แม่อุ๊ย ตึง ฮ้อง หื้อ และ…

ทิวเขาดอยปุยซ้อนกันเป็นชั้นในหมอกบาง ด้านหน้าเป็นป่าเขียวและกอกล้วย ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เชียงใหม่

สาวเชียงใหม่: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร

13 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงสาวเชียงใหม่ของจรัล มโนเพ็ชร รู้จักคำว่า ข้าเจ้า ปู๋สะลี ตั๋วดี หายแส็บหายสอย ชื่อเมืองเจียงฮาย หละปูน แป้ และสัมผัสที่ร…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด