มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาว มีเต็นท์ตั้งอยู่บนยอดเนินหญ้าที่ดอยสมุรดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน

ภาพ: Piith.hant / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

เพลงทวิงเคิลทวิงเคิล (Twinkle, Twinkle): แปลเป็นคำเมืองครบทุกบท

เพลงทวิงเคิลทวิงเคิล (Twinkle, Twinkle, Little Star) เป็นเพลงเด็กที่เด็กทั่วโลกจำได้ ทั้งที่จริงเป็นบทกวีชื่อ "The Star" ของ Jane Taylor นักเขียนชาวอังกฤษ ตีพิมพ์ใน พ.ศ. ๒๓๔๙ (ค.ศ. ๑๘๐๖) และมีถึงห้าบท ถึงจะร้องกันแต่บทแรก คำที่ตรงที่สุดในคำเมืองคือ ดาว ดาวฯ (คำเมืองอ่านว่า ดาว) ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่า สิ่งที่เห็นเป็นดวงมีแสงสว่างบนท้องฟ้าเวลามืด นอกเหนือจากดวงอาทิตย์

บทความนี้เป็นตอนหนึ่งของชุด เพลงโลก อู้คำเมือง ในกลุ่ม เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม ตอนก่อนหน้าคือ เพลงมายเวย์ (My Way) ซึ่งยังมีลิขสิทธิ์ เราจึงทำได้เพียงเล่าความคิด ส่วนบทกวีของ Jane Taylor เป็น สาธารณสมบัติ เราจึงถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ ครบทั้งห้าบท และทุกคำเมืองมาจากพจนานุกรมมรดกล้านนา

ดาวฯ
ดาว
น๑.ดาว - สิ่งที่เห็นเป็นดวงมีแสงสว่างบนท้องฟ้าเวลามืด นอกเหนือจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ยกเว้นในตำราโหราศาสตร์ จะนับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นดาวในพวกดาวนพเคราะห์ น๒.เรียกบุคคลที่เด่นในทางใดทางหนึ่ง เช่นดาวมหาวิทยาลัย เป็นต้น
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เพลงนี้มาจากไหน

เนื้อร้องมาจากบทกวี "The Star" ของ Jane Taylor (พ.ศ. ๒๓๒๖–๒๓๖๗ หรือ ค.ศ. ๑๗๘๓–๑๘๒๔) ที่ตีพิมพ์ในหนังสือ Rhymes for the Nursery ซึ่งเธอกับพี่สาว Ann Taylor (ค.ศ. ๑๗๘๒–๑๘๖๖) เขียนร่วมกัน พิมพ์ที่ลอนดอนในปี ๒๓๔๙ ตามที่วิกิพีเดียบันทึก และสอดคล้องกับพจนานุกรมชีวประวัติแห่งชาติอังกฤษ (Dictionary of National Biography, Thomas Seccombe เรียบเรียง, ๒๔๔๑) ที่ระบุว่า "Twinkle, twinkle, little star" เป็นบทกวีลำดับที่สิบในหนังสือเล่มนั้น กวีนิพนธ์ชุดแรกของสองพี่น้องคือ Original Poems for Infant Minds (ค.ศ. ๑๘๐๔)

ทำนองที่เราร้องกันเป็นทำนองเพลงฝรั่งเศส "Ah! vous dirai-je, maman" ซึ่งวิกิพีเดียว่าตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ๒๓๐๔ (ค.ศ. ๑๗๖๑) เนื้อฝรั่งเศสเดิมชื่อ "La Confidence naïve" (พิมพ์ ค.ศ. ๑๗๗๔) เป็นบทกวีรักของหญิงสาวที่สารภาพกับแม่ว่าตนตกหลุมรักผู้ชายคนหนึ่ง คนละเรื่องกับดวงดาวเลย โมสาร์ทแต่งเพลงชุด Twelve Variations จากทำนองนี้ (K. 265) ในราว ค.ศ. ๑๗๘๑ หรือ ๑๗๘๒ (พ.ศ. ๒๓๒๔ หรือ ๒๓๒๕) ปีที่แน่นอนยังมีผู้โต้แย้งกัน ทำนองเดียวกันนี้ยังใช้กับเพลงอักษร ABC (The ABC Song) และ "Baa, Baa, Black Sheep" ด้วย

ℹ️ ข้อมูล
เนื้อกับทำนองมาพบกันทีหลัง วิกิพีเดียบันทึกว่าเนื้อร้อง "The Star" ถูกพิมพ์คู่กับทำนองนี้ครั้งแรกในหนังสือ The Singing Master: First Class Tune Book ปี ๒๓๘๑ (ค.ศ. ๑๘๓๘) คือกว่า ๓๐ ปีหลังบทกวีเกิด ส่วนสถานที่ที่ Jane เขียนบทกวี มีสองเมืองคือ Colchester และ Chipping Ongar ที่อ้างว่าเป็นของตน ซึ่งวิกิพีเดียชี้ว่าบันทึกความทรงจำของ Ann ระบุว่า Jane เพิ่งเห็น Ongar ครั้งแรกในปี ๒๓๕๓ หลังบทกวีตีพิมพ์แล้ว
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาวและทางช้างเผือก มีเงาต้นไม้อยู่ด้านล่าง
ท้องฟ้าเต็มดาวที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง (จังหวัดเลย ไม่ใช่ภาคเหนือ) เป็นภาพแทนความคิด "ดาวที่ส่องแสงทั้งคืน" · ภาพ: Pulperm Phungprachit / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ต้นฉบับที่เราใช้

เราใช้ข้อความ "The Star" ตามที่ถอดไว้บนวิกิซอร์ซในหมวด Rhymes for the Nursery ของ Ann Taylor และ Jane Taylor ซึ่งมีห้าบท และคงการสะกดแบบเดิม (เช่น trav'ller, thro', 'Tis) ฉบับพิมพ์รุ่นหลังอาจต่างกันที่เครื่องหมายวรรคตอน เราจึงใส่ความหมายภาษาไทยหลังแต่ละบทด้วย

วิธีแปลเป็นคำเมืองของเรา คือเขียนเป็นอักษรไทยตามเสียงคำเมือง และใส่อักษรธรรมล้านนาเฉพาะคำที่มีในพจนานุกรม คำที่ไม่มีเราไม่คิดขึ้นเอง จะใช้คำไทยแทนและบอกไว้ชัด

บทที่ ๑: ดาวหน้อย ส่องแสงแจ้ง

Twinkle, twinkle, little star,
How I wonder what you are!
Up above the world so high,
Like a diamond in the sky.

ความหมายในภาษาไทย: ดาวน้อยเอ๋ย ระยิบระยับ ข้าสงสัยจริงว่าเจ้าคืออะไร สูงเหนือโลกขึ้นไปไกล เหมือนเพชรบนท้องฟ้า

คำว่า twinkle (ระยิบระยับ กะพริบแสง) ไม่มีคำตรงตัวในพจนานุกรมมรดกล้านนา เราจึงใช้ ส่อง ส่อฯง (ฉายแสง) กับ แสง แสงฯ (ความสว่าง) และ แจ้ง แจ้งฯ (สว่าง กระจ่าง) แปลว่า "ส่องแสงสว่าง" ซึ่งยังไม่ได้ความกะพริบของ twinkle ส่วน หน้อย ห้นฯอฯย คือเล็ก ไม่ใหญ่

สังก๋า สังกฯา คือความสงสัย เป๋น เปนฯ กับ อะหยัง อหัยฯง ประกอบกันได้ว่า "เป็นอะไร" สูง สูง คือตรงขึ้นไป ไม่ต่ำ และ ตางบน ทาฯงฯบ฿นฯ คือด้านบน เบื้องสูง ส่วน เหมือน เหิอฯร คือดัง ดั่งเช่น ฟ้า ฟ้า คือส่วนเบื้องบนที่มองเห็นปกคลุมแผ่นดิน แก้ว แก้วฯ พจนานุกรมให้ความหมายว่า หินเนื้อแข็ง ใส ได้แก่เพชรพลอยชนิดต่าง ๆ เราจึงใช้แทน diamond เพราะไม่มีคำว่า "เพชร" โดด ๆ

⚠️ ข้อควรระวัง
คำว่า "โลก" (world) และ "เพชร" ไม่มีเป็นคำโดด ๆ ในพจนานุกรมมรดกล้านนา เราจึงตัด "above the world" ออกจากบรรทัดคำเมือง (เหลือ "สูงตางบน") และใช้ แก้ว แทน "เพชร" ตามความหมายที่พจนานุกรมให้ไว้

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: ดาวหน้อย ส่องแสงแจ้ง / เฮาสังก๋า ตั๋วเป๋นอะหยัง / สูงตางบน / เหมือนแก้วอยู่ฟ้า

สรรพนาม ตั๋ว ต฿วฯ พจนานุกรมบอกว่าใช้กับชายหญิงที่เป็นเพื่อนสนิทกันหรือเป็นคู่รัก เราเลือกคำนี้เพราะเข้ากับเสียงอ่อนโยนของคนที่พูดกับดวงดาวเหมือนพูดกับเพื่อน และ เฮา เรัา ในบรรทัดนี้คือ "ข้า" ของผู้พูดตามที่เราเลือก (พจนานุกรมระบุว่าเป็นสรรพนามบุรุษที่หนึ่งพหูพจน์ ซึ่งอาจใช้ต่างจากนี้ ขอให้ผู้รู้ตรวจ)

บทที่ ๒: ต๋าวันต๋กดิน คืนฮุ่ง

When the blazing sun is gone,
When he nothing shines upon,
Then you show your little light,
Twinkle, twinkle, all the night.

ความหมายในภาษาไทย: เมื่อดวงอาทิตย์ร้อนแรงลับไป เมื่อมันไม่ส่องแสงลงบนสิ่งใด เจ้าก็ส่องแสงน้อย ๆ ของเจ้า ระยิบระยับตลอดคืน

พจนานุกรมมีคำที่ตรงกับบทนี้มาก ต๋าวันต๋กดิน ตาวันฯต฿กฯดินฯ คือดวงอาทิตย์ตกดิน แสงต๋าวัน แสงฯตาวันฯ คือแสงอาทิตย์ บ่มี บมี คือไม่มี และ คืนฮุ่ง ฅืนฯรุ่ง ซึ่งให้ความหมายว่าตลอดคืน ทั้งคืน ตรงกับ "all the night" ส่วน ยาม ยามฯ คือครั้ง คราว เวลา

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: ยามต๋าวันต๋กดิน บ่มีแสงต๋าวัน / ตั๋วส่องแสงหน้อย / ส่องแจ้งคืนฮุ่ง

บทที่ ๓: คนเตียวตางยามมืด

Then the trav'ller in the dark,
Thanks you for your tiny spark,
He could not see which way to go,
If you did not twinkle so.

ความหมายในภาษาไทย: แล้วนักเดินทางในความมืด ก็ขอบคุณเจ้าสำหรับประกายเล็ก ๆ ของเจ้า เขาคงมองไม่เห็นว่าจะไปทางไหน ถ้าเจ้าไม่ส่องแสงเช่นนั้น

นักเดินทางในคำเมืองคือ คน ฅ฿นฯ ที่ เตียวตาง ทยฯวทาฯงฯ (เดินทาง) ในยาม มืด มืดฯ ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่าขาดแสงสว่าง ส่วนการขอบคุณ เราใช้ ยินดี ยินฯดี ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่า พอใจ ขอบใจ ขอบคุณ บ่หัน บหันฯ คือไม่เห็น และ ตาง ทาฯงฯ คือทาง

เราไม่ได้แปลประโยคเงื่อนไข "ถ้าเจ้าไม่ส่องแสง" ตรง ๆ แต่วางสองประโยคไว้ติดกัน ("ตั๋วบ่ส่องแสง" / "บ่หันตางไป") เพราะพจนานุกรมให้คำว่า "ถ้า" ในความหมายอื่น (รอ คอย) เราจึงไม่ใช้เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: คนเตียวตางยามมืด / ยินดีแสงหน้อยตั๋ว / บ่หันตางไป / ตั๋วบ่ส่องแสง

บทที่ ๔: บ่เกยปิ๋ดต๋า

In the dark blue sky you keep,
And often thro' my curtains peep,
For you never shut your eye,
Till the sun is in the sky.

ความหมายในภาษาไทย: เจ้าอยู่ในท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม และมักแอบมองผ่านม่านของข้าอยู่บ่อย ๆ เพราะเจ้าไม่เคยหลับตา จนกว่าดวงอาทิตย์จะขึ้นบนฟ้า

พจนานุกรมให้ ผ่อ ผํอฯ ว่าดู มอง ผ่าน ผ่านฯ คือล่วงจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง และ ผ้าหม้าน ผ้าห้มฯา คือผ้าม่าน คำว่า "บ่อย ๆ" เราใช้ หลาย หลฯายฯ กับ มื้อ มื้ (คราว ครั้ง) ว่า "หลายมื้อ" บ่เกย บเคิยฯ คือไม่เคย ปิ๋ด ปิดฯ คือปิดไว้ กั้นไว้ และ ต๋า ตา คืออวัยวะที่ใช้ดู ส่วน ต๋าวันแมน ตาวันฯแมนฯ คือดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นขอบฟ้า รุ่งอรุณ และ จ๋น จ฿นฯ คือจนกระทั่ง

เราตัดสีของท้องฟ้า (dark blue) ออก เพราะหาคำเมืองที่ตรงกันในพจนานุกรมไม่ได้แน่ชัด และใช้ อยู่ อยฯู่ (คงอยู่) บอกว่าดาวอยู่บนฟ้า

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: ตั๋วอยู่ฟ้ามืด / ผ่อผ่านผ้าหม้านเฮาหลายมื้อ / ตั๋วบ่เกยปิ๋ดต๋า / จ๋นต๋าวันแมน

บทที่ ๕: บ่ฮู้สัง ตั๋วเป๋นอะหยัง

'Tis your bright and tiny spark,
Lights the trav'ller in the dark:
Tho' I know not what you are,
Twinkle, twinkle, little star.

ความหมายในภาษาไทย: ประกายเล็ก ๆ สว่างของเจ้านี่เองที่ส่องทางให้นักเดินทางในความมืด แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าคืออะไร ระยิบระยับเถิด ดาวน้อย

บทสุดท้ายย้อนกลับไปที่ความสงสัยของบทแรก พจนานุกรมให้ บ่ฮู้สัง ว่าไม่รู้อะไร ซึ่งเราใช้แทนประโยค "ข้าไม่รู้ว่าเจ้าคืออะไร" และเสียงเรียกสุดท้ายคือ "ดาวหน้อย ส่องแสงแจ้ง" เหมือนบทแรก

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา: แสงหน้อยแจ้งตั๋ว / ส่องคนเตียวตางยามมืด / เฮาบ่ฮู้สัง ตั๋วเป๋นอะหยัง / ดาวหน้อย ส่องแสงแจ้ง

สรุปคำเมืองจากเพลง

ความคิด คำเมืองที่ใช้ ความหมายตามพจนานุกรม
ดาวส่องแสง ดาว ดาวฯ · หน้อย ห้นฯอฯย · ส่อง ส่อฯง · แสง แสงฯ · แจ้ง แจ้งฯ ดวงสว่างบนฟ้ายามมืด · เล็ก · ฉายแสง · ความสว่าง · สว่าง กระจ่าง
สงสัยว่าคืออะไร สังก๋า สังกฯา · อะหยัง อหัยฯง · บ่ฮู้สัง บรู้สังฯ ความสงสัย · อะไร · ไม่รู้อะไร
ฟ้า กลางวัน กลางคืน ฟ้า ฟ้า · ต๋าวันต๋กดิน ตาวันฯต฿กฯดินฯ · คืนฮุ่ง ฅืนฯรุ่ง · ต๋าวันแมน ตาวันฯแมนฯ เบื้องบนที่ปกคลุมแผ่นดิน · ดวงอาทิตย์ตกดิน · ตลอดคืน · รุ่งอรุณ
คนเดินทางยามมืด เตียวตาง ทยฯวทาฯงฯ · มืด มืดฯ · บ่หัน บหันฯ · ยินดี ยินฯดี เดินทาง · ขาดแสงสว่าง · ไม่เห็น · ขอบใจ
ดาวที่ไม่หลับตา ผ่อ ผํอฯ · ผ้าหม้าน ผ้าห้มฯา · ปิ๋ด ปิดฯ · ต๋า ตา · บ่เกย บเคิยฯ ดู มอง · ผ้าม่าน · ปิดไว้ · ตา · ไม่เคย

สำนวนคำเมืองทั้งหมดนี้เป็นการเรียบเรียงของเราจากคำในพจนานุกรม ไม่ใช่คำแปลมาตรฐานเพียงแบบเดียว และเราไม่ได้ทำให้ลงจังหวะของทำนอง ผู้อยากร้องจริงควรเรียบเรียงใหม่ให้เข้ากับทำนอง ขอให้ผู้รู้คำเมืองช่วยตรวจ โดยเฉพาะการใช้ ตั๋ว เฮา และการทิ้งคำว่า "โลก" "เพชร" และ twinkle ที่ไม่มีในพจนานุกรม

เทียบกับเพลงอื่อจาจา: ดาวที่ไม่หลับตา กับลูกที่หลับสองต๋า

บทกวีนี้อยู่ในหนังสือกลอนสำหรับเด็ก และเพลงกล่อมลูกล้านนาก็เป็นของที่ร้องให้เด็กฟังเช่นกัน ในบทความ เพลงอื่อจาจา พจนานุกรมให้ตัวอย่างคำกล่อมที่ว่า "หลั๋บหล้มสองต๋า...ป้อแม่ปิ๊กมา...ก้อยตื่น" และมีคำ ไกว๋อู่ (ไกวเปล) เทียบกับดาวของ Jane Taylor ที่ "ไม่เคยปิดต๋า" จนต๋าวันแมน คือสองภาพที่ตรงข้ามกันพอดี ดาวเฝ้าอยู่ทั้งคืนโดยไม่หลับ ส่วนเด็กน้อยถูกกล่อมให้หลับสองต๋า

ทั้งสองต่างกันที่เจตนา เพลงอื่อจาจาเป็นคำกล่อมที่คนเมืองสืบต่อกันมาด้วยการขับร้อง ส่วน The Star เป็นบทกวีที่มีผู้แต่งชัดเจนและเกิดในอังกฤษ ทำนองที่ใช้ร้องมาจากฝรั่งเศส เราจึงไม่ได้บอกว่าสองเพลงเป็นของแบบเดียวกัน เพียงเปิดให้เห็นว่าบทกวีและเพลงกล่อมของคนต่างถิ่นกำลังเล่นกับภาพเดียวกัน คือยามค่ำคืนของเด็กน้อย

สรุป

  • ดาว คือดวงสว่างบนท้องฟ้ายามมืด ส่วน ส่อง แสง และ แจ้ง ใช้พูดถึงการส่องแสงสว่าง
  • คืนฮุ่ง คือตลอดคืน ส่วน ต๋าวันแมน คือรุ่งอรุณที่ดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นขอบฟ้า
  • บทกวี "The Star" ของ Jane Taylor (พ.ศ. ๒๓๔๙) เป็นสาธารณสมบัติ เราจึงถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ครบห้าบท
  • โลก เพชร และ twinkle ไม่มีคำโดด ๆ ในพจนานุกรม จึงตัดหรือใช้ แก้ว แทนตามความหมายในพจนานุกรม
  • เทียบกับเพลงอื่อจาจา: ดาวที่ไม่ ปิ๋ดต๋า กับเด็กที่ หลั๋บ สองต๋า

ค้นคำในบทความเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านต่อในชุดเดียวกัน: เพลงมายเวย์ · เพลงอุ๊ยคำ · เพลงโอลด์แลงไซน์ หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม

ลิขสิทธิ์และการให้เกียรติเจ้าของผลงาน

รายการ รายละเอียด
เพลง Twinkle, Twinkle, Little Star (บทกวีชื่อ "The Star")
คำร้อง Jane Taylor (ภาษาอังกฤษ, ค.ศ. ๑๘๐๖) ในหนังสือ Rhymes for the Nursery ของ Ann Taylor และ Jane Taylor
ทำนอง เพลงฝรั่งเศส "Ah! vous dirai-je, maman" (ตีพิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. ๑๗๖๑)
ฉบับต้นฉบับที่ใช้ ข้อความ "The Star" ตามที่ถอดไว้บนวิกิซอร์ซ (Rhymes for the Nursery)
สถานะ สาธารณสมบัติ (public domain) เพราะผู้ประพันธ์ถึงแก่กรรมแล้วกว่า ๒๐๐ ปี (Jane Taylor ถึงแก่กรรม ค.ศ. ๑๘๒๔)

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมล้านนา โดยมรดกล้านนา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ไม่แสวงหากำไร เนื้อร้องต้นฉบับเป็นสาธารณสมบัติ เราจึงถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ครบทุกบท ส่วนฉบับเรียบเรียงและบันทึกเสียงสมัยใหม่ (เช่นเวอร์ชันของศิลปินและค่ายเพลงต่าง ๆ) ยังเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของ เราไม่ได้ใช้ถ้อยคำเฉพาะของฉบับเหล่านั้น

ขอขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้ประพันธ์ ผู้ขับร้อง และผู้ถือสิทธิ์ทุกท่าน หากเจ้าของสิทธิ์ประสงค์ให้ปรับแก้หรือนำส่วนใดออก โปรดแจ้งที่ moradoklanna@gmail.com เรายินดีดำเนินการโดยเร็ว

แหล่งอ้างอิง

  • พจนานุกรมมรดกล้านนา (dict2) คำ ดาว หน้อย ส่อง แสง แจ้ง สังก๋า ตั๋ว เป๋น อะหยัง สูง ตางบน แก้ว เหมือน ฟ้า ยาม ต๋าวันต๋กดิน บ่มี แสงต๋าวัน คืนฮุ่ง คน เตียวตาง มืด ยินดี บ่หัน ตาง ผ่อ ผ่าน ผ้าหม้าน หลาย มื้อ บ่เกย ปิ๋ด ต๋า ต๋าวันแมน จ๋น บ่ฮู้สัง อยู่
  • Taylor, J. (พ.ศ. ๒๓๔๙ / ค.ศ. ๑๘๐๖). The Star. ใน Taylor, A. และ Taylor, J. Rhymes for the Nursery. Wikisource
  • Seccombe, T. (๒๔๔๑ / ค.ศ. ๑๘๙๘). Taylor, Jane. Dictionary of National Biography, เล่ม ๕๕. Wikisource
  • วิกิพีเดีย. Twinkle, Twinkle, Little Star และ Ah! vous dirai-je, maman (ใช้เป็นข้อมูลนำทาง และตรวจกับแหล่งอื่น)
  • บทความ เพลงมายเวย์ · เพลงอื่อจาจา · เพลงโอลด์แลงไซน์ ของมรดกล้านนา

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 38 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "ดาว" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 38 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดอกไม้ไฟสีชมพู เขียวและทอง ระเบิดเหนือเงามืดของปราสาทเอดินบะระในคืนฉลองปีใหม่

เพลงโอลด์แลงไซน์ (Auld Lang Syne): แปลเป็นคำเมืองครบทุกบท

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Auld Lang Syne ของ Robert Burns (พ.ศ. ๒๓๓๑) เป็นสาธารณสมบัติ เรามีคำเมืองให้ทุกบท เรียนคำฮู้จั๋ก หนหลัง จอก น้ำใจ๋ ล่นม่อน กู้ถู เทียบ…

ทิวเขาป่าเขียวใต้ท้องฟ้าสีฟ้าสด มีเมฆขาวเป็นก้อนลอยอยู่เหนือยอดเขา

เพลงวอทอะวันเดอร์ฟูลเวิลด์: เล่าความคิดของเพลงเป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง What a Wonderful World ของ Louis Armstrong ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องสีเขียว แดง ขาว เมฆ ละอ่อน และคำว่างามแต๊ เ…

ท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาวและแนวทางช้างเผือกจาง ๆ เหนือเนินหญ้าที่มีเต็นท์ตั้งอยู่ ที่จังหวัดน่าน

เพลงฟลายมีทูเดอะมูน (Fly Me to the Moon): เดือน ดาว ฮัก เป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง Fly Me to the Moon ของ Bart Howard และ Frank Sinatra ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่อง เดือน ดาว ฟ้า ฮัก ตี้ฮัก เทียบกั…

ท้องฟ้าสีส้มม่วงยามพลบค่ำเหนือเทือกดอยสุเทพ มีอาคารและต้นไม้ของเมืองเชียงใหม่อยู่เบื้องล่าง

เพลงมายเวย์ (My Way): เล่าความคิดของเพลงเป็นคำเมือง

19 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลง My Way ของ Frank Sinatra ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร เรียนคำเมืองเรื่องเหลียวหลังชีวิต เสียดาย เยียะอย่างตั๋วเอง ต๋าย และยืนซัน เทีย…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด