มรดกล้านนา

🌐 Read in English

กว๊านพะเยายามเย็น ผิวน้ำนิ่งสะท้อนแท่นกลางน้ำที่มีพญานาคคู่สีขาวและเจดีย์สีทอง ฉากหลังเป็นทิวเขาและท้องฟ้าสีชมพูอ่อน

ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

พะเยา: เมืองกว๊าน พญางำเมือง และพระเจ้าตนหลวง

พะเยา พะเยัา (คำเมืองอ่านว่า พะเยา) คือจังหวัดล้านนาที่มีหัวใจเป็นผืนน้ำ พจนานุกรมมรดกล้านนาบันทึกว่าที่นี่ "เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองพะยาว" และเพิ่งยกฐานะเป็นจังหวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ นับเป็นจังหวัดที่ ๗๒ ของประเทศไทย จึงเป็นจังหวัดที่อายุน้อยที่สุดในบรรดา ๘ จังหวัดล้านนา แต่เป็นเมืองที่มีเรื่องเล่าเก่าแก่ไม่แพ้เมืองใด

บทความนี้พาไปรู้จักพะเยาทีละเรื่อง ตั้งแต่ชื่อ พะยาว ที่มาจากทิวเขาภูกามยาว พญางำเมือง ผู้เป็นสหายของพญามังรายและพ่อขุนรามคำแหง กว๊านพะเยา ที่เกิดจากหนองน้ำเก่า ปลาและปลาส้มของคนริมกว๊าน พระเจ้าตนหลวง แห่งวัดศรีโคมคำ ชาวไทลื้อที่เชียงคำ เมืองโบราณเวียงลอ ไปจนถึงคำขวัญทีละบรรทัดและดอกไม้ประจำจังหวัด

พะเยัา
พะเยา
น.พะเยา/จังหวัดพะเยา - ภาษาไทยถิ่นเหนือ (คำเมือง) เรียกว่า ''พะเยา''; พะเยา เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองพะยาว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พุทธศตวรรษที่ 16...อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย ได้ยกฐานะขึ้นเป็น ''จังหวัดพะเยา'' เมื่อปี พ.ศ.2520 นับเป็นจังหวัดที่ 72 ของประเทศไทย ปัจจุบันเป็น 1 ใน 8 ของจังหวัดในล้านนา คือ พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ น่าน คำขวัญของจังหวัดพะเยา คือ ''กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคำ'' สารภี เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด; ดู...กว๊านพะเยา
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

พะยาว ภูกามยาว และจังหวัดที่ ๗๒

ชื่อ "พะเยา" ที่เขียนกันวันนี้ เดิมสะกดว่า พยาว หรือ พะยาว สุจิตต์ วงษ์เทศ อธิบายไว้ในหนังสือ จังหวัดพะเยามาจากไหน? (๒๕๕๒) ว่าหลักฐานเก่าที่สุดของชื่อนี้อยู่ในศิลาจารึกวัดศรีชุม หรือจารึกสุโขทัยหลักที่ ๒ ซึ่งเขียนว่า "พยาว" และวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้นอย่างสมุทรโฆษคำฉันท์ก็เขียนแบบเดียวกัน

ชื่อพยาวมาจากไหนนั้นยังไม่มีใครรู้แน่ เอกสารรุ่นหลังอธิบายว่ามาจาก ภูยาว หรือ ภูกามยาว ทิวเขาที่ทอดยาวจากเหนือลงใต้ เริ่มจากเขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย แล้วค่อย ๆ ลาดต่ำลงไปสิ้นสุดที่ที่ราบริมแม่น้ำอิง ตรงที่ตั้งเมืองพะเยา หัวเขาฝั่งพานตั้งชันเหมือนถูกตัด ชาวบ้านจึงเรียก "ดอยด้วน" ส่วนตำนานเรียกภูยาวหรือภูกามยาว ภูเขาในคำเมืองเรียกว่า ดอย ดอฯย (คำเมืองอ่านว่า ดอย) สุจิตต์ตั้งข้อสังเกตว่าการเรียกยอดเขาว่า "ภู" เป็นแบบล้านช้าง ก่อนที่พะเยาจะรวมเข้ากับล้านนาแล้วหันมาเรียกว่าดอยตามธรรมเนียมล้านนา

เมืองนี้เก่าแค่ไหนก็มีคำตอบต่างกัน พจนานุกรมบันทึกว่าเมืองพะยาว "ก่อตั้งขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๖" ส่วนสุจิตต์เขียนว่าเมืองพะเยามีพัฒนาการมาตั้งแต่ก่อน พ.ศ. ๑๗๐๐ และรายงานพิเศษในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม (๒๕๓๖) ประเมินว่าชุมชนพะเยาเริ่มขึ้นอย่างน้อยตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เล็กน้อย ทั้งหมดนี้ตรงกันที่ว่าพะเยาเป็นเมืองเก่า แต่ยังไม่มีหลักฐานชี้ปีที่แน่นอน

ℹ️ ข้อมูล
พะเยากลายเป็นจังหวัดอย่างไร พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดพะเยา พ.ศ. ๒๕๒๐ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๒๐ และมีผลเมื่อพ้นหนึ่งเดือน มาตรา ๓ ให้แยก ๗ อำเภอออกจากจังหวัดเชียงราย ได้แก่ อำเภอพะเยา จุน เชียงคำ เชียงม่วน ดอกคำใต้ ปง และแม่ใจ รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดพะเยา

ชื่ออำเภอหนึ่งในรายการนั้นเป็นคำเมืองที่น่ารัก คำใต้ ฅำไต้ (คำเมืองอ่านว่า คำใต้) ในพจนานุกรมคือต้นกระถินเทศ ไม้พุ่มเล็กมีหนาม ดอกสีเหลืองเป็นพู่หอมตลอดวัน และพจนานุกรมก็บันทึกไว้ด้วยว่า "ดอกคำใต้" เป็นชื่ออำเภอในจังหวัดพะเยา

พญางำเมือง: ตำนาน สหายสามกษัตริย์ และหลักฐาน

เรื่องยุคแรกของพะเยาอยู่ในตำนาน ซึ่งรายงานพิเศษในศิลปวัฒนธรรม (๒๕๓๖) เรียกว่าเป็น "เรื่องบอกเล่าที่มีลักษณะปรัมปราคติ" ต้องอ่านแยกจากประวัติศาสตร์

⚠️ ข้อควรระวัง
ตามตำนาน ขุนจอมธรรม โอรสองค์หนึ่งของเมืองหิรัญนครเงินยางเชียงแสน แยกลงมาทางใต้แล้วสร้างเมืองพะเยาขึ้นที่ปลายดอยด้วน บริเวณที่เรียกว่า "หนองเอี้ยงเชิงภูยาว" โอรสของท่านคือ ขุนเจือง วีรบุรุษที่ตำนานเล่าว่าทำศึกไปไกลถึงล้านช้างและแดนเวียดนาม เรื่องขุนเจืองนี้คนสองฝั่งโขงเล่าต่อกันจนกลายเป็นมหากาพย์ของชาวลาวด้วย ศิลปวัฒนธรรม (๒๕๖๖) สรุปว่าขุนเจืองเป็นบุคคลในนิทานเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหลักฐานว่ามีตัวตนจริง

บุคคลที่หลักฐานยืนยันว่ามีตัวตนคือ พญางำเมือง ศิลปวัฒนธรรมอ้างพงศาวดารโยนกว่าท่านเป็นโอรสของพญามิ่งเมือง เกิดที่เมืองพะเยาเมื่อ พ.ศ. ๑๗๘๑ ตอนอายุ ๑๖ ปีไปเรียนศิลปวิทยาที่เมืองละโว้ "ในสำนักพระสุกทันตฤๅษี" อาจารย์เดียวกับพระร่วงแห่งสุโขทัย จึงเป็นสหายกับพ่อขุนรามคำแหงมาตั้งแต่นั้น และได้ครองเมืองพะเยาเมื่ออายุ ๒๐ ปี ส่วนชื่อ "งำเมือง" ตำนานอธิบายว่าเพราะท่านไปที่ใด

"ที่นั้นแดดก็บ่ร้อน ฝนก็บ่ร่ำ ท่านจักใคร่ให้บดก็บด จักใคร่ให้แดดก็แดด เหตุดังนั้นจึงชื่อว่า 'งำเมือง'" (ตำนานที่ศิลปวัฒนธรรมยกมา หมายถึงผู้มีบารมีครอบงำบ้านเมือง)

สาบานเป็นสหายที่ริมแม่น้ำอิง

เรื่องที่คนจำได้มากที่สุดคือมิตรภาพของสามกษัตริย์ เอกสารล้านนาเล่าว่าเคยเกิดเรื่องบาดหมางระหว่างพระร่วงกับพญางำเมือง พญามังรายเป็นผู้ไกล่เกลี่ยให้คืนดีกัน แล้วทั้งสามก็สาบานเป็นเพื่อนกันที่ริมแม่น้ำอิงเมืองพะเยา ส่วนชินกาลมาลีปกรณ์เล่าเหตุการณ์เดียวกันว่าเป็นการพบกันเพื่อ "ตกลงการแพ้ชนะแก่กัน"

รายงานพิเศษในศิลปวัฒนธรรม (๒๕๓๖) อ่านเรื่องนี้ในทางการเมืองว่า พญามังรายกำลังจะยกกำลังข้ามเทือกเขาไปยึดหริภุญไชย หากพะเยาไม่เป็นมิตร เชียงรายก็อาจถูกตีจากด้านหลัง การสาบานจึงเท่ากับยืนยันความเป็นพันธมิตรก่อนออกศึก อ่านเรื่องพญามังรายและการสร้างเชียงใหม่ได้ที่ พญามังราย และชินกาลมาลีปกรณ์ได้ที่ ชินกาลมาลีปกรณ์

เรื่องเล่าที่ว่าพญางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหงไปช่วยดูชัยภูมิสร้างเชียงใหม่ใน พ.ศ. ๑๘๓๙ เป็นที่มาของอนุสาวรีย์สามกษัตริย์กลางเมืองเชียงใหม่ แต่ศิลปวัฒนธรรม (๒๕๖๖) ก็บันทึกไว้ด้วยว่าการศึกษาสมัยหลังชี้ว่าทั้งสามเป็นพันธมิตรกันจริง แต่อาจไม่ได้ร่วมกันสร้างเมืองเชียงใหม่

ศึกกับเมืองน่าน และแกงที่ทำให้บ้านแตก

พญางำเมืองยังพยายามรวมเมืองน่านเข้ามาอยู่ใต้พะเยา ศิลปวัฒนธรรมเล่าตามที่ อ.สรัสวดี อ๋องสกุล อ้างตำนานเมืองน่านว่า พญางำเมืองยึดเมืองปัวได้ แล้วส่งชายาชื่อนางอั้วสิมไปครอง วันหนึ่งนางทำแกงถวาย แต่พญางำเมืองติว่าแกงหวานและน้ำมากเกินไป นางน้อยใจกลับเมืองปัวและไม่กลับมาอีก ต่อมาน่านก็แยกเป็นอิสระดังเดิม ตำนานนี้คนเรียกกันว่า "แกงหวานบ้านแตก" อ่านเรื่องเมืองน่านต่อได้ที่ เมืองน่าน

ศิลปวัฒนธรรมบันทึกว่าพญางำเมืองสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. ๑๘๖๑ อายุ ๘๐ ปี ครองเมืองนานราว ๖๐ ปี วันนี้อนุสาวรีย์พญางำเมืองตั้งอยู่ริมกว๊านด้านตัวเมือง และคำขวัญจังหวัดก็มีบรรทัด "บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง"

พะเยาในล้านนา: จากพญาคำฟูถึงเมืองร้าง

หลังยุคพญางำเมือง ราชวงศ์มังรายยังคงหมายตาที่ราบลุ่มแม่น้ำอิงของพะเยา รายงานพิเศษในศิลปวัฒนธรรม (๒๕๓๖) เล่าว่าในปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙ พญาคำฟู แห่งเชียงแสนร่วมมือกับเจ้าเมืองน่านทำศึกขนาบพะเยา แล้วยึดพะเยาไว้ได้ก่อน นับแต่นั้นพะเยาก็เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นล้านนา

ยุคที่พะเยาโดดเด่นอีกครั้งคือสมัย พระเจ้าติโลกราช เมื่อพระยายุทธิษฐิระ เจ้านายเชื้อสายพระร่วงผู้ครองเมืองพิษณุโลก ผิดใจกับกรุงศรีอยุธยาแล้วมาสวามิภักดิ์ต่อล้านนา พระเจ้าติโลกราชพระราชทานเมืองพะเยาให้ครอง ตำนานพระแก่นจันทร์เล่าว่าพระยายุทธิษฐิระสร้างวัดป่าแดงหลวงขึ้นในช่วงนั้น

ช่างพะเยามีฝีมือเฉพาะตัว The Cloud (๒๕๖๒) อธิบายว่าพระพุทธรูป สกุลช่างพะเยา นิยมสลักจากหินทราย ซึ่งหาได้ในท้องถิ่น ต่างจากเมืองอื่นที่นิยมหล่อสำริด และรายงานในศิลปวัฒนธรรมบอกว่าพระพุทธรูปหินทราย ศิลาจารึก และเครื่องถ้วยที่พบในพะเยาถูกรวบรวมไว้ที่วัดศรีโคมคำและวัดลี จารึกส่วนใหญ่มีอายุไม่เก่ากว่าพุทธศตวรรษที่ ๒๑

หลังเชียงใหม่ตกอยู่ใต้พม่าใน พ.ศ. ๒๑๐๑ บ้านเมืองในล้านนาเสื่อมลงทั่วไป รายงานเดียวกันสังเกตว่าชื่อเมืองพะเยาแทบหายไปจากเอกสารล้านนา ราวกับเมืองร้างผู้คนไป จนมีการตั้งเมืองพะเยาขึ้นใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ ต่อมาเมื่อมีการปฏิรูปการปกครอง พะเยาเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย จนแยกเป็นจังหวัดใน พ.ศ. ๒๕๒๐

กว๊านพะเยา: จากหนองเอี้ยงสู่ทะเลสาบกลางเมือง

กว๊าน ค้วฯาฯนฯ (คำเมืองอ่านว่า กว๊าน) พจนานุกรมให้ความหมายว่า "ทะเลสาบ, บึง, หนองน้ำใหญ่, บริเวณที่น้ำไหลวน เช่น กว๊านพะเยา" ศิลปวัฒนธรรม (๒๕๖๒) ตั้งข้อสังเกตว่าคำนี้ในความหมายหนองหรือบึงใหญ่ ใช้เฉพาะที่พะเยาแห่งเดียว และน่าจะเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า "กว้าน" ที่แปลว่ารวบรวมไว้มาก ๆ

ค้วฯาฯนฯ
กว๊าน
น.ทะเลสาบ,บึง,หนองน้ำใหญ่,บริเวณที่น้ำไหลวน เช่น กว๊านพะเยา ก.เอาสิ่งที่มีคมแหวะให้กว้างหรือแหวะให้เป็นช่อง
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

กว๊านพะเยา ค้วฯาฯนฯพะเยัา (คำเมืองอ่านว่า กว๊านพะเยา) ในพจนานุกรมคือทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เกิดขึ้นเมื่อกรมประมงทำประตูกั้นน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำใช้หน้าแล้ง และกันน้ำไม่ให้ไหลแรงไปท่วมไร่นาปลายน้ำในหน้าฝน

ก่อนจะเป็นกว๊าน ที่นี่เป็นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำอิง มี หนอง หนฯอฯง (คำเมืองอ่านว่า หนอง) น้อยใหญ่หลายแห่งต่อกันด้วยร่องน้ำ หนองที่สำคัญที่สุดชื่อ หนองเอี้ยง ศิลปวัฒนธรรมเล่าว่าก่อน พ.ศ. ๒๔๘๔ หน้าแล้งน้ำแห้งเกือบทั้งหมด เหลือน้ำขังเป็นบึง ๆ หนังสือภาพของกรมโฆษณาการปี ๒๔๘๔ ยังมีภาพชาวบ้านตักน้ำจากบ่อกลางกว๊านไปขายในเมือง เมื่อสร้างประตูกั้นน้ำแม่อิงใน พ.ศ. ๒๔๘๔ น้ำจึงเต็มตลอดปีอย่างที่เห็นวันนี้

ริมกว๊านพะเยา เรือพายไม้ลำเล็กสามลำจอดผูกไว้กับเสาไม้ไผ่บนตลิ่งหญ้า กลางน้ำมีหลักไม้ปักเรียงและศาลาเล็กบนสะพานไม้
เรือพายลำเล็กของคนหาปลาจอดอยู่ริมกว๊านพะเยา · ภาพ: Dominic Nelson / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ตัวเลขขนาดของกว๊านต่างกันตามแหล่งและตามระดับน้ำ พจนานุกรมให้เนื้อที่ ๑๒,๘๓๑ ไร่ ศิลปวัฒนธรรมให้ค่าเฉลี่ย ๑๗.๕๕ ตารางกิโลเมตร หรือราว ๑๐,๙๑๕ ไร่ และจัดเป็นแหล่งน้ำใหญ่อันดับสามของประเทศ รองจากหนองหานที่สกลนครและบึงบอระเพ็ดที่นครสวรรค์ ส่วนประมงจังหวัดพะเยาให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอส (๒๕๖๙) ว่ากว๊านมีพื้นที่ราว ๑๖,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่เพาะพันธุ์ปลา ๑๒,๐๐๐ ไร่

ปลาในกว๊าน ชื่อเรียกแบบคนเมือง

ปลา คนเมืองเรียกว่า ป๋า ปลฯา (คำเมืองอ่านว่า ป๋า) งานวิจัยของคณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยพะเยา ที่ตีพิมพ์ในวารสารแก่นเกษตร สำรวจกว๊านระหว่างธันวาคม ๒๕๕๙ ถึงตุลาคม ๒๕๖๐ พบปลา ๓๙ ชนิดใน ๑๖ วงศ์ วงศ์ปลาตะเพียนพบมากที่สุด และปลาตะเพียนขาวมีน้ำหนักรวมมากที่สุด ส่วนการสำรวจของนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยาในปี ๒๕๖๒–๒๕๖๓ พบ ๒๒ ชนิด ปลาตะเพียนขาวมากที่สุดทั้งจำนวนและน้ำหนัก

  • ป๋าโมงก้า ปลฯาโม฿งฯค่าฯ (คำเมืองอ่านว่า ป๋าโมงก้า) คือปลาตะเพียนหรือตะเพียนขาว ปลาเจ้าถิ่นของกว๊านตามผลสำรวจทั้งสองครั้ง
  • ป๋าก๋ด ปลฯาก฿ดฯ (คำเมืองอ่านว่า ป๋าก๋ด) คือปลากด การสำรวจปี ๒๕๖๒–๒๕๖๓ พบปลากดขี้ลิงกระจายอยู่ทั่วกว๊าน
  • ป๋าก่อ ปลฯากํอฯ (คำเมืองอ่านว่า ป๋าก่อ) คือปลาชะโด ประมงจังหวัดพะเยาบอกไทยพีบีเอสว่าชะโดเป็น "ปลานักล่าสูงสุดห่วงโซ่อาหาร" ในกว๊าน

กว๊านวันนี้ก็มีเรื่องน่าห่วง ไทยพีบีเอส (๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙) รายงานว่าชาวประมงเริ่มจับกุ้งก้ามแดงหรือกุ้งเครย์ฟิช ซึ่งเป็นสัตว์ต่างถิ่นที่กินลูกปลาและลูกกุ้ง กรมประมงสำรวจพบปลา ๗๖ ชนิด ลดลงจากเดิมกว่า ๘๐ ชนิด และชุมชนรอบกว๊าน ๑๗ แห่งได้ร่วมกันจัดพื้นที่เป็นเขตอนุรักษ์

ลองสำรวจกว๊านด้วยตัวเองได้ในแผนที่ด้านล่าง แตะหมุดวัด หมู่บ้าน และปลาแต่ละตัวเพื่ออ่านคำเมืองและเรื่องสั้น ๆ พร้อมแหล่งอ้างอิง แล้วลองเล่นเกมจับป๋า ทายชื่อปลาในคำเมืองจากปลาที่ว่ายอยู่

ปลาส้มและวิถีคนริมกว๊าน

พจนานุกรมบันทึกว่าความอุดมของปลาในกว๊าน "ทำให้เป็นแหล่งผลิตปลาส้มรายใหญ่และขึ้นชื่อ จนกลายเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพะเยา" ป๋าส้ม ปลฯาส้฿มฯ (คำเมืองอ่านว่า ป๋าส้ม) คือการถนอมปลาสดด้วยเกลือ กระเทียม ข้าวเหนียวสุก และเครื่องปรุงอื่น หมักจนมีรสเปรี้ยว จะใช้ทั้งตัวหรือหั่นเป็นท่อนก็ได้ เวลากินจึงนำไปทอดหรือปิ้งให้สุก

ปลาส้มตะเพียนทอดชิ้นหนึ่ง หนังกรอบสีน้ำตาลเข้ม วางบนจานกระเบื้องสีขาวลายดอกไม้สีฟ้า
ปลาส้มที่ทำจากปลาตะเพียนขาว ทอดจนหนังกรอบ · ภาพ: Xufanc / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

โพสต์ทูเดย์ (๒๕๕๓) ลงพื้นที่บ้านสันเวียงใหม่ ตำบลบ้านสาง ชุมชนริมกว๊านด้านตะวันตกที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาส้มมาตั้งแต่อดีต คนทำปลาส้มรุ่นเก่าเล่าว่าเมื่อก่อนปลาส้มพะเยาดังเพราะทำจากปลาในกว๊าน และแปรรูปได้หลายอย่าง ทั้งปลาส้มทั้งตัว ส้มปลาฟัก ไข่ปลา และขี้ปลาฟัก เมื่อปลาในกว๊านน้อยลง ชาวบ้านจึงหันไปใช้ปลาอื่น โดยเฉพาะปลาจีนที่สั่งมาจากจังหวัดภาคกลาง รายงานนั้นบอกว่าหมู่บ้านใช้ปลาจีนแช่แข็งวันละไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ กิโลกรัม และแต่ละบ้านก็มีสูตรของตัวเอง บางบ้านใช้ข้าวเหนียวตามแบบโบราณ บางบ้านใช้ข้าวสวย

ขี้ป๋าฟัก ขี้ปลฯาฟักฯ (คำเมืองอ่านว่า ขี้ป๋าฟัก) ที่ชื่อชวนขำนี้ พจนานุกรมอธิบายว่าคือเนื้อปลาอย่างปลาตะเพียนหรือปลาขาว สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วหมักกับเกลือ ข้าวนึ่ง และกระเทียม คำว่า "ขี้" ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายไม่ดี อ่านชื่อปลาและอาหารจากปลาในคำเมืองเพิ่มเติมได้ที่ ชื่อปลาในคำเมือง

คำของคนหาป๋า

คนริมน้ำในล้านนามีคำเรียกเครื่องมือหาปลาของตัวเอง คำเหล่านี้เป็นคำทั่วไปของคำเมือง ไม่ได้ใช้เฉพาะที่กว๊าน

คำเมือง อักษรล้านนา ความหมายในพจนานุกรม
ห่าย ห่ายฯ ตาข่ายขนาดเล็ก อย่างที่ใช้ดักปลา ถ้าขนาดกลางเรียก แน่ง ขนาดใหญ่เรียก หน่าง
แห แห ตาข่ายที่ใช้ทอดแผ่ลงน้ำเพื่อจับปลา
ไซ ไซ ลอบ เครื่องจับปลาไม้ไผ่สาน รูปทรงกระบอก มีงาปิด
สุ่ม สุ่ม เครื่องสานไม้ไผ่สำหรับครอบปลา ข้างบนมีช่องให้สอดแขนลงไปจับ
เฮือ เริอฯอ เรือ พาหนะทางน้ำ

นักวิจัยที่สำรวจปลาในกว๊านเองก็ใช้ข่ายหลายขนาดตา ซึ่งในคำเมืองก็คือห่ายนั่นเอง ส่วน เฮือ (คำเมืองอ่านว่า เฮือ) มาจากคำว่าเรือตามกฎ ร เป็น ฮ ที่อ่านได้ใน ร เป็น ฮ ในคำเมือง

พระเจ้าตนหลวงแห่งวัดศรีโคมคำ

พระเจ้าต๋นหลวง ระฯพเจั้าต฿นฯหลฯวฯง (คำเมืองอ่านว่า พระเจ้าต๋นหลวง) พจนานุกรมให้ความหมายว่า "พระพุทธรูปขนาดใหญ่มาก" และยกตัวอย่างพระประธานในวิหารวัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง อำเภอเมืองพะเยา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน "ที่สูงใหญ่ที่สุดในดินแดนล้านนา" ต๋น เป็นคำเมืองของคำว่า ตน และพจนานุกรมบอกว่าเรียก "ผะเจ้าต๋นหลวง" ก็ได้

ระฯพเจั้าต฿นฯหลฯวฯง
พระเจ้าต๋นหลวง
น.พระเจ้าตนหลวง - พระพุทธรูปขนาดใหญ่มาก เช่น พระประธานในวิหารวัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.พะเยา เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๐๓๔-๒๐๖๗ มีหน้าตักกว้าง ๑๖ เมตร สูง ๑๘ เมตร นับเป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสน ที่สูงใหญ่ที่สุดในดินแดนล้านนา; ผะเจ้าต๋นหลวง ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองปางมารวิชัยในวิหารที่มีเสาสีแดงลายทอง ด้านล่างมีผู้คนนั่งไหว้หันหลังให้กล้อง ตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับองค์พระ
พระเจ้าตนหลวงในวิหารวัดศรีโคมคำ คนที่นั่งไหว้อยู่ด้านล่างช่วยให้เห็นว่าองค์พระใหญ่เพียงใด · ภาพ: Dominic Nelson / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

พจนานุกรมบันทึกว่าองค์พระสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๔–๒๐๖๗ บทความของ The Cloud (๒๕๖๒) ขยายความว่าเริ่มสร้างใน พ.ศ. ๒๐๓๔ สมัยพระเมืองยี่ครองพะเยา และเสร็จใน พ.ศ. ๒๐๖๗ สมัยพระเมืองตู้ The Cloud ยังอ้างศิลาจารึกหลักหนึ่ง (ทะเบียน ลพ./๒๙) ที่ระบุ จ.ศ. ๘๘๕ ตรงกับ พ.ศ. ๒๐๖๗ และบรรยายพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าน่าจะหมายถึงพระเจ้าตนหลวงองค์นี้ ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่าวัดพระเจ้าตนหลวง หรือวัดทุ่งเอี้ยง ตามชื่อหนองเอี้ยงเดิม

ส่วนขนาดองค์พระนั้น แหล่งข้อมูลให้ตัวเลขไม่ตรงกัน พจนานุกรมระบุหน้าตักกว้าง ๑๖ เมตร สูง ๑๘ เมตร ขณะที่ข่าวสดระบุหน้าตักกว้าง ๑๔ เมตร สูง ๑๖ เมตร ที่ตรงกันคือเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทององค์ใหญ่ที่สุดในล้านนา และเพราะใหญ่มาก องค์พระจึงประทับบนพื้น ไม่ได้ตั้งบนฐานชุกชีแบบพระทั่วไป

ตำนานพระเจ้าตนหลวง (ตามที่ The Cloud เล่า)

ตามตำนาน พระพุทธเจ้าพร้อมพระอรหันต์เสด็จมาถึงเมืองภูกามยาว ประทับบนดอยลูกหนึ่งข้างหนองเอี้ยง ช่างทองในหมู่บ้านนำภัตตาหารมาถวาย พระพุทธองค์ประทานพระเกศาธาตุให้บรรจุไว้ในถ้ำใต้ดอย ดอยนั้นจึงได้ชื่อว่า ดอยจอมทอง

ตำนานเล่าต่อว่าพระพุทธองค์ทรมานพญานาคในหนองเอี้ยง และตรัสให้นาคสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไว้ที่นี่เมื่อศาสนาล่วงไปครึ่งหนึ่ง ต่อมานาคจึงนำทองคำมามอบให้ตายายคู่หนึ่งที่เลี้ยงห่าน ตายายใช้ทองนั้นจ้างคนถมหนองเอี้ยง แล้วก่อองค์พระด้วยอิฐจนสำเร็จ พระเมืองแก้ว กษัตริย์เชียงใหม่ในเวลานั้น พระราชทานเงินทองสร้างวิหาร และพระราชทานนามว่า "พระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยา"

วิหารหลังที่เห็นวันนี้เป็นฝีมือ ครูบาศรีวิชัย The Cloud เล่าว่าใน พ.ศ. ๒๔๖๕ พระยาประเทศอุดรทิศ เจ้าเมืองพะเยาองค์สุดท้าย พร้อมพระสงฆ์และชาวพะเยา นิมนต์ครูบาศรีวิชัยมาสร้างวิหารหลวง และฉลองใน พ.ศ. ๒๔๖๗ The Cloud อธิบายว่าหน้าบันวิหารมีรูปเสือ เพราะครูบาเกิดปีขาล

ในวัดเดียวกันยังมี อุโบสถกลางน้ำ ที่สร้างใน พ.ศ. ๒๕๒๘ ภายในมีจิตรกรรมต้นพระศรีมหาโพธิ์ฝีมืออังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ และภาพทศชาติชาดก รวมทั้งหอวัฒนธรรมนิทัศน์ที่เก็บโบราณวัตถุของพะเยาไว้ให้ชม

อุโบสถสีขาวหลังคาซ้อนชั้นทรงสูงตั้งอยู่กลางสระน้ำ มีสะพานทางเดินพร้อมเสาไฟประดับนำไปสู่บันไดหน้าอุโบสถ
อุโบสถกลางน้ำ วัดศรีโคมคำ สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๘ · ภาพ: Dominic Nelson / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ชาวพะเยามีงานนมัสการพระเจ้าตนหลวงทุกปีที่เรียกกันว่า "งานเดือนแปดเป็ง" คือวันเพ็ญเดือน ๘ เหนือ ตามที่ The Cloud เล่า บทความเดียวกันยังเล่าถึงงาน "ตานข้าวทิพย์พระเจ้าตนหลวง" ในวันมาฆบูชา ที่นำข้าวใหม่ไปถวายพระเจ้าตนหลวง จัดที่ริมกว๊านบริเวณวัดติโลกอาราม กลางกว๊านมี วัดติโลกอาราม วัดเก่าที่เหลือเพียงฐานวิหารและพระพุทธรูปหิน ต้องนั่งเรือข้ามไป ในวันมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชา ชาวบ้านพายเรือเวียนเทียนรอบวัดกลางน้ำ

รายการ "ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว" ของช่องมติชนทีวี พาเดินชมวัดศรีโคมคำ ทั้งพระเจ้าตนหลวง หอวัฒนธรรมนิทัศน์ และอุโบสถกลางน้ำ

นอกจากพระเจ้าตนหลวงแล้ว วัดศรีโคมคำมีอะไรให้ดูอีกเยอะ (มติชนทีวี)
นอกจากพระเจ้าตนหลวงแล้ว วัดศรีโคมคำมีอะไรให้ดูอีกเยอะ (มติชนทีวี) · ดูบน YouTube ↗

ไทลื้อเชียงคำ: บ้านหย่วน บ้านมาง และผ้าทอ

ทางตะวันออกของจังหวัดที่อำเภอเชียงคำ มีชุมชน ไทลื้อ ขนาดใหญ่ พจนานุกรมเรียกคนกลุ่มนี้ว่า จาวไตลื้อ ชาวฯไทลื้ (คำเมืองอ่านว่า จาวไตลื้อ) คือกลุ่มชนจากสิบสองปันนาที่มีภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นของตัวเอง ภาษาพูดเรียกว่า กำลื้อ คำฯลื้ (คำเมืองอ่านว่า กำลื้อ) ซึ่งพจนานุกรมยกตัวอย่างถิ่นที่พูดไว้ที่น่านและเชียงใหม่

ฐานข้อมูลชุมชนของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เล่าว่าบรรพบุรุษไทลื้อเชียงคำมาจากหลายเมืองในสิบสองปันนา ได้แก่ เมืองพง เมืองหย่วน เมืองมาง เมืองยั้ง เมืองเงิน และเมืองเชียงคาน แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านใหม่ตามเมืองเดิม เช่น บ้านหย่วน บ้านมาง บ้านล้า

ช่วงเวลา เหตุการณ์ตามฐานข้อมูลศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ราว พ.ศ. ๒๓๙๙ เจ้าเมืองน่านนำชาวลื้อจากเมืองล้า เมืองพง เมืองมาง และเมืองหย่วน มาไว้ที่น่าน เชียงม่วน เทิง และเชียงคำ
ราว พ.ศ. ๒๔๓๑ ชาวลื้อกลุ่มหนึ่งที่อยู่เชียงม่วนมาราว ๑๕ ปี เห็นว่าที่ทำกินไม่พอ จึงย้ายมาตั้งบ้านหย่วน บ้านธาตุสบแวน และบ้านมาง ที่เชียงคำ

วันนี้ตำบลหย่วนมีหอประวัติไทลื้อ เฮือนไทลื้อแบบดั้งเดิม ศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อที่วัดหย่วน และกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติที่ทำเองตั้งแต่ปลูกฝ้าย ส่วนอุโบสถศิลปะไทลื้อ-ล้านนาของวัดแสนเมืองมา ฐานข้อมูลเดียวกันบอกว่าขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ ประเพณีสำคัญคืองานตานธรรม ที่ฟังเทศน์มหาชาติต่อเนื่องสามวันสามคืน

หม้อดินเผาสีแดงมีฝาปิดสองใบวางบนชั้นไม้ใต้ชายคาเฮือนไม้ ข้าง ๆ มีกระบวยไม้ ด้านหลังเห็นลานบ้านและรถยนต์
หม้อน้ำดินเผาบนฮ้านน้ำของเฮือนไตลื้อแม่แสงดา อำเภอเชียงคำ · ภาพ: Chainwit. / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

อ่านเรื่องชาวลื้อเทียบกับคนไตกลุ่มอื่นได้ที่ คนไต และเรื่องผ้าซิ่นและการทอในคำเมืองได้ที่ ผ้าและเสื้อผ้าคำเมือง

เวียงลอ: เมืองโบราณริมแม่น้ำอิง

เวียง วยฯง (คำเมืองอ่านว่า เวียง) ในพจนานุกรมคือเมืองขนาดเล็กหรือกำแพงเมือง ที่อำเภอจุนมีเมืองโบราณชื่อ เวียงลอ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอิง ข่าวสด (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐) รายงานว่าสำนักศิลปากรที่ ๗ น่าน ขุดค้นที่นี่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๘ และพบหลุมฝังศพใต้ฐานกำแพงเมือง มีเครื่องประดับสำริด เครื่องมือเหล็ก และภาชนะดินเผาฝังร่วมกับผู้ตาย นักโบราณคดีมองว่าเป็นหลักฐานว่ามีคนอยู่ที่นี่ตั้งแต่ยุคเหล็ก ก่อนจะกลายเป็นเมืองสำคัญทางตะวันออกของล้านนา

พระพุทธรูปหินทรายเก่าหลายองค์ที่เศียรหักหายวางเรียงบนฐานอิฐ ด้านหลังเป็นพุ่มดอกหญ้าสีขาวและทุ่งนาสีเขียวอมเหลือง
พระพุทธรูปหินทรายที่โบราณสถานเวียงลอ อำเภอจุน · ภาพ: Andromeda Oscar / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

หลายคนเชื่อมเวียงลอกับวรรณคดีเรื่องพระลอ แต่เรื่องนี้นักวิชาการยังเห็นไม่ตรงกัน สุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนในศิลปวัฒนธรรมว่าเวียงลอไม่มีหลักฐานดั้งเดิมว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องพระลอ และความเชื่อมโยงนี้เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน มรดกล้านนาจะเล่าเรื่องเวียงลอเต็ม ๆ ในตอนต่อไปของชุดเมืองในล้านนา

คำขวัญพะเยาทีละบรรทัด และดอกสาหละปี

พจนานุกรมบันทึกคำขวัญจังหวัดพะเยาไว้ว่า "กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม" (พจนานุกรมสะกดคำสุดท้ายว่า ดอยบุษราคำ) สี่บรรทัดนี้ย่อเรื่องทั้งบทความไว้ครบ

  • กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต คือทะเลสาบที่เกิดจากหนองเอี้ยง แหล่งปลาและปลาส้ม
  • ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง คือพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในล้านนาที่วัดศรีโคมคำ
  • บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง คือกษัตริย์ผู้เป็นสหายของพญามังรายและพ่อขุนรามคำแหง
  • งามลือเลื่องดอยบุษราคัม คือดอยทางตะวันตกของเมือง ไทยพีบีเอส (๒๕๖๖) รายงานว่าบนดอยนี้มีวัดอนาลโยทิพยาราม ตำบลสันป่าม่วง อำเภอเมืองพะเยา ห่างจากตัวเมืองราว ๒๐ กิโลเมตร

ต้นไม้ประจำจังหวัดคือต้นสารภี คนเมืองเรียกว่า ดอกสาหละปี ดอฯกสาหลฯะพี (คำเมืองอ่านว่า ดอกสาหละปี) พจนานุกรมบรรยายว่าเป็นไม้ดอกยืนต้น เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ สูงราว ๑๐–๑๕ เมตร ดอกเล็กสีขาวกลีบสี่กลีบ หอมมาก เมื่อใกล้โรยจะเป็นสีเหลือง คนเมืองนำดอกแห้งไปปรุงน้ำหอมสรงพระในวันสงกรานต์ หรือปรุงน้ำขมิ้นส้มป่อยสำหรับดำหัวผู้ใหญ่ อ่านเรื่องดำหัวได้ที่ ดำหัว

💡 เกร็ดความรู้
เที่ยวพะเยาแบบคนเมือง ชวนเพื่อนไปเที่ยวใช้คำว่า แอ่ว แอ่วฯ (คำเมืองอ่านว่า แอ่ว) เช่น "ไปแอ่วกว๊าน" ไปตลาดเรียกว่า กาด กาดฯ (คำเมืองอ่านว่า กาด) ถามราคาว่า เต้าใด เทัาฯฯได (คำเมืองอ่านว่า เต้าใด) แปลว่าเท่าไร เช่น "ป๋าส้มนี่เต้าใด" กินคือ กิ๋น กินฯ (คำเมืองอ่านว่า กิ๋น) อาหารอร่อยชมว่า ลำ ลำ (คำเมืองอ่านว่า ลำ) และเที่ยวสนุกเรียกว่า ม่วน ม่วฯร (คำเมืองอ่านว่า ม่วน) ทั้งหมดเป็นคำจากพจนานุกรม ลองใช้ดูตอนนั่งกินปลาส้มริมกว๊าน

สรุป

  • พะเยา เดิมคือเมืองพะยาว ชื่อที่เอกสารรุ่นหลังโยงกับทิวเขาภูกามยาว พจนานุกรมบันทึกว่าตั้งเมืองในพุทธศตวรรษที่ ๑๖ และยกเป็นจังหวัดที่ ๗๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ โดยแยก ๗ อำเภอออกจากเชียงราย
  • พญางำเมือง คือกษัตริย์พะเยาที่หลักฐานยืนยัน เป็นสหายของพญามังรายและพ่อขุนรามคำแหง ส่วนขุนจอมธรรมและขุนเจืองเป็นเรื่องในตำนาน
  • กว๊าน เป็นคำที่ใช้เฉพาะพะเยาในความหมายหนองน้ำใหญ่ กว๊านพะเยาเกิดจากหนองเอี้ยงเมื่อสร้างประตูกั้นน้ำใน พ.ศ. ๒๔๘๔ มีปลาหลายสิบชนิด เด่นคือป๋าโมงก้าหรือปลาตะเพียน และเป็นที่มาของป๋าส้มพะเยา
  • พระเจ้าต๋นหลวง ที่วัดศรีโคมคำสร้างระหว่าง พ.ศ. ๒๐๓๔–๒๐๖๗ เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในล้านนา ขนาดที่แต่ละแหล่งให้ไว้ยังไม่ตรงกัน
  • ชาว ไทลื้อ ที่เชียงคำมีบรรพบุรุษจากหลายเมืองในสิบสองปันนา ย้ายมาในพุทธศตวรรษที่ ๒๔–๒๕ ส่วนเวียงลอมีหลักฐานผู้คนตั้งแต่ยุคเหล็ก

ค้นคำเมืองเรื่องปลา น้ำ และเมืองเพิ่มเติมได้ที่ พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านคำขวัญกับต้นไม้ประจำจังหวัดของทั้ง ๘ จังหวัดได้ที่ ๘ จังหวัดล้านนา ส่วนเรื่องชื่อล้านนาและ ๗๐๐ ปีของแผ่นดินอ่านได้ที่ ล้านนา

📚 ทั้งชุด: ดูจังหวัด เมืองเก่า และผู้คนบนแผนที่เดียวที่ เมืองในล้านนา: ๘ จังหวัด เมืองเก่า และผู้คน

📚 อ่านเรื่องล้านนาทั้งหมด: ล้านนา: ชื่อนี้มาจากไหน และ ๗๐๐ ปีของแผ่นดินล้านนา

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 28 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "พะเยา" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 28 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

แจ่งศรีภูมิ ป้อมมุมกำแพงเมืองเชียงใหม่ก่อด้วยอิฐเก่า ตั้งอยู่ริมคูเมืองที่มีน้ำสะท้อนเงาป้อม

เจียงใหม่: นครพิงค์ของพญามังราย ปะตู๋ แจ่ง วัด และจาวเวียง

22 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

รู้จักเชียงใหม่หรือเจียงใหม่ในคำเมือง เมืองที่พญามังรายสร้างใน พ.ศ. ๑๘๓๙ ผังเวียง ประตู แจ่ง เสาอินทขีล วัดสำคัญ ผู้คน งานช่าง ของกิน ประเพ…

วิหารวัดภูมินทร์ เมืองน่าน ผนังสีขาว หลังคากระเบื้องสีส้มซ้อนชั้น หน้าบันสีทอง มีพญานาคคู่ทอดตัวเป็นราวบันไดทั้งสองข้าง ใต้ท้องฟ้าสีฟ้า

เมืองน่าน: เมืองเล็กที่หลายชาติพันธุ์อยู่ร่วมกัน

18 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

รู้จักเมืองน่านจากพจนานุกรมและงานวิชาการ ตั้งแต่วรนครถึงนันทบุรี พระธาตุแช่แห้งของคนปีเถาะ ไทลื้อ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ของหนานบัวผัน บ่อเกลือ…

แม่น้ำโขงสีน้ำตาลกว้างใหญ่ที่สบรวก สามเหลี่ยมทองคำ เชียงราย มีเรือและแพจอดริมฝั่ง ฝั่งตรงข้ามคือลาวและเมียนมา ใต้ฟ้าครึ้ม

เจียงฮาย: เมืองแรกของพญามังราย สามเหลี่ยมทองคำ และดอยตุง

24 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

รู้จักเชียงรายหรือเจียงฮายในคำเมือง เมืองที่พญามังรายสร้างใน พ.ศ. ๑๘๐๕ เชียงแสน ดอยตุง สามเหลี่ยมทองคำ ไทลื้อ วัดร่วมสมัย ของกิน คำขวัญ และ…

ลานวัดพระธาตุลำปางหลวงยามเย็น เจดีย์ทรงล้านนาสีทองตั้งเด่นกลางลาน มีวิหารไม้หลังคาซ้อนชั้นอยู่สองข้าง

ลำปาง เขลางค์นคร: เมืองรถม้า ชามตราไก่ และพระธาตุลำปางหลวง

18 ตุลาคม 2569 วัฒนธรรม

รู้จักลำปาง เขลางค์นครหรือเวียงละกอน จากตำนานถึงจังหวัด พระธาตุลำปางหลวง พระแก้วดอนเต้า วัดพม่ายุคไม้สัก รถม้า ชามตราไก่ ข้าวแต๋น และคำเมือ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด