มรดกล้านนา

🌐 Read in English

ทางเดินเล็ก ๆ บนทุ่งดาร์ตมัวร์ ประเทศอังกฤษ สองข้างเป็นพุ่มไม้เขียวและพุ่มฮอว์ธอร์นออกดอกขาว ใต้ท้องฟ้ามีเมฆขาวในเดือนพฤษภาคม

ภาพ: Omber Pit / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

ซอนเน็ตเชกสเปียร์บทที่ ๑๘: ถ่ายทอดเป็นคำเมืองครบ ๑๔ บรรทัด

ซอนเน็ตเชกสเปียร์บทที่ ๑๘ (Sonnet 18) ที่ขึ้นต้นว่า "Shall I compare thee to a summer's day?" เป็นบทกวีรักภาษาอังกฤษที่คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุดบทหนึ่ง ทั้งบทชมว่าคนที่รักนั้น งาม งา (คำเมืองอ่านว่า งาม) ยิ่งกว่าวันฤดูร้อน แล้วสัญญาว่าความงามนั้นจะไม่มีวันหายไป เพราะได้อยู่ในบทกวี บทความนี้ลองถ่ายทอดทั้ง ๑๔ บรรทัดเป็น คำเมือง โดยใช้เฉพาะคำที่มีในพจนานุกรม

บทกวีบทนี้ไม่ใช่เพลง แต่อยู่ในชุด เพลงโลก อู้คำเมือง ร่วมกับเพลงดังของโลก และต่างจากเพลงลิขสิทธิ์อย่าง เพลงมายเวย์ ตรงที่บทกวีของเชกสเปียร์เป็น สาธารณสมบัติ เราจึงยกต้นฉบับมาได้ครบทุกบรรทัด และถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ทั้งบท

งา
งาม
ว.สวย - ลักษณะที่เห็นแล้วน่ายินดี น่าชื่นใจ ทำให้สดชื่นใจ อยากได้ อยากมี,ง่าย,ดี,มาก
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ซอนเน็ตบทที่ ๑๘ มาจากไหน

วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare, ค.ศ. ๑๕๖๔–๑๖๑๖ หรือ พ.ศ. ๒๑๐๗–๒๑๕๙) กวีและนักเขียนบทละครชาวอังกฤษ แต่งบทกวีแบบ ซอนเน็ต (sonnet) ไว้ ๑๕๔ บท ทั้งหมดพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกในปี ค.ศ. ๑๖๐๙ (พ.ศ. ๒๑๕๒) ชื่อ Shake-speares Sonnets. Never before Imprinted ข้อมูลของ Representative Poetry Online มหาวิทยาลัยโทรอนโต ระบุว่าพิมพ์ที่ลอนดอนโดย G. Eld "for T. T." คือ Thomas Thorpe และจัดจำหน่ายโดย William Aspley ห้องสมุดเชกสเปียร์โฟลเจอร์ (Folger Shakespeare Library) ถือว่าฉบับปี ๑๖๐๙ นี้เป็นต้นฉบับที่เชื่อถือได้ที่สุด ส่วนเชกสเปียร์ได้ดูแลการพิมพ์ด้วยตัวเองหรือไม่ แหล่งข้อมูลยังเห็นไม่ตรงกัน

ตามการแบ่งกลุ่มที่นักวิชาการใช้กัน ซอนเน็ตบทที่ ๑–๑๒๖ เขียนถึง ชายหนุ่ม คนหนึ่ง ที่เรียกกันว่า Fair Youth ซึ่งไม่มีใครรู้แน่ว่าเป็นใคร บทที่ ๑–๑๗ ชวนชายหนุ่มคนนั้นให้แต่งงานมีลูก เพื่อให้ความงามสืบต่อไป ส่วนบทที่ ๑๘ เปลี่ยนมาบอกว่า บทกวีเองจะเก็บความงามนั้นไว้ วิกิพีเดียบันทึกว่านักวิชาการส่วนใหญ่ถือว่าบทที่ ๑๘ เริ่มกลุ่มใหม่ แต่บางคนเห็นว่ายังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแรก

รูปแบบ ซอนเน็ตแบบอังกฤษมี ๑๔ บรรทัด แบ่งเป็นสี่บรรทัดสามชุด กับบรรทัดคู่ปิดท้ายอีกสองบรรทัด สัมผัสท้ายบรรทัดเป็นแบบ ABAB CDCD EFEF GG ความคิดของบทพลิกตรงชุดที่สาม (คำว่า "But" ในบรรทัดที่ ๙) ซึ่งคล้ายกับที่คำประพันธ์ล้านนาอย่าง ค่าว ระฯค่าฯวฯ มีสัมผัสร้อยต่อกันเป็นระเบียบ ต่างกันที่รูปแบบสัมผัส

ฉบับที่เราใช้ คือข้อความในฉบับพิมพ์ ค.ศ. ๑๖๐๙ ตามที่ถอดไว้ในวิกิซอร์ซ โดยแสดงตัวสะกดแบบปัจจุบันตามฉบับของ William J. Rolfe (ค.ศ. ๑๘๘๓) ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติเช่นกัน ตัวสะกดดั้งเดิมของปี ๑๖๐๙ ดูได้ในกล่องข้างล่าง

หน้ากระดาษเก่าสีเหลือง พิมพ์ภาษาอังกฤษตัวสะกดโบราณ มีซอนเน็ตบทที่ ๑๘ อยู่กลางหน้า
หน้าที่มีซอนเน็ตบทที่ ๑๘ ในฉบับพิมพ์ ค.ศ. ๑๖๐๙ (พ.ศ. ๒๑๕๒) สังเกตตัวสะกดเก่า เช่น Sommers, louely, heauen · ภาพ: Shakespeare / Wikimedia Commons (Public domain)
ต้นฉบับตัวสะกดเดิม ค.ศ. ๑๖๐๙ (ทั้ง ๑๔ บรรทัด)

Shall I compare thee to a Summers day?
Thou art more louely and more temperate:
Rough windes do shake the darling buds of Maie,
And Sommers lease hath all too short a date:
Sometime too hot the eye of heauen shines,
And often is his gold complexion dimm'd,
And euery faire from faire some-time declines,
By chance, or natures changing course vntrim'd:
But thy eternall Sommer shall not fade,
Nor loose possession of that faire thou ow'st,
Nor shall death brag thou wandr'st in his shade,
When in eternall lines to time thou grow'st,
So long as men can breath or eyes can see,
So long liues this, and this giues life to thee,

(ถอดจากฉบับพิมพ์ ค.ศ. ๑๖๐๙ ตามวิกิซอร์ซ ในยุคนั้นตัว u กับ v ใช้แทนกันได้ เช่น louely = lovely)

ฟังคำอธิบายจากโรงละครโกลบ

ช่องทางการของ Shakespeare's Globe โรงละครเชกสเปียร์ที่ลอนดอน มีคลิปอธิบายว่าซอนเน็ตคืออะไร พร้อมวิเคราะห์บทที่ ๑๘ (ภาษาอังกฤษ) ฟังแล้วจะได้ยินจังหวะของบทกวี ก่อนอ่านฉบับคำเมืองข้างล่าง

What is a Sonnet? วิเคราะห์ซอนเน็ตบทที่ ๑๘ – Shakespeare's Globe
What is a Sonnet? วิเคราะห์ซอนเน็ตบทที่ ๑๘ – Shakespeare's Globe · ดูบน YouTube ↗

บรรทัดที่ ๑–๔: งามกว่าวันหละดูฮ้อน

ต้นฉบับ (ค.ศ. ๑๖๐๙ ตัวสะกดแบบปัจจุบัน):
Shall I compare thee to a summer's day?
Thou art more lovely and more temperate:
Rough winds do shake the darling buds of May,
And summer's lease hath all too short a date;

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
จะเผียบเตียมตั๋วกับวันหละดูฮ้อนดีก่อ
ตั๋วงามกว่า และเย็นใจกว่า
ลมแรงสั่นดอกจี๋ของเดือนพฤษภาคม
และสัญญาเช่าของหละดูฮ้อน ก็ก้อมนัก

เผียบเตียม ผยฯบทยฯม คือ เปรียบเทียบ (พจนานุกรมยังมีอีกคำคือ จ๋าเตียม) หละดูฮ้อน หลฯะดูร้อฯร คือ ฤดูร้อน และ วัน วันฯ คือ วัน สรรพนาม "thee" เราใช้ ตั๋ว ต฿วฯ เพราะพจนานุกรมอธิบายว่าใช้กับเพื่อนสนิทหรือคู่รัก ซึ่งเข้ากับน้ำเสียงของบทกวีรัก ส่วน ก่อ กํอฯ ท้ายประโยคทำให้เป็นคำถาม แบบเดียวกับ "ไหม"

"temperate" แปลว่า พอดี ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป เราใช้ เย็น เอยฯันฯ (ไม่ร้อน หายร้อน) เป็น "เย็นใจกว่า" ซึ่งเป็นการเลือกคำของเราเอง ลม ล฿มฯ สั่น สั่นฯ (ไหวถี่ ๆ) และ "darling buds" คือดอกไม้ที่ยังตูม คำเมืองเรียกว่า ดอกจี๋ จากคำว่า จี๋ จี ที่แปลว่า รุ่น ตูม พจนานุกรมยกตัวอย่างไว้ทั้ง "ดอกจี๋ - ดอกตูม" และ "สาวจี๋ - สาวรุ่น" คำเดียวจึงพาความหมายของดอกไม้แรกแย้มและคนวัยแรกรุ่นมาพร้อมกัน เดือน เดิอฯร ในพจนานุกรมหมายถึงทั้งดวงจันทร์และส่วนของปี

บรรทัดที่ ๔ เชกสเปียร์ใช้ภาษากฎหมาย "lease" คือ สัญญาเช่า ฤดูร้อนเหมือนผู้เช่าที่สัญญาสั้นเกินไป คำว่า ก้อม ก้อฯม (สั้น) กับ นัก นักฯ (มาก อย่างยิ่ง) จึงเล่าความนี้ได้ คำว่า "สัญญาเช่า" ไม่มีในพจนานุกรมเป็นคำเมือง เราจึงใช้คำไทย

💡 เกร็ดความรู้
ในพจนานุกรมมรดกล้านนา คำว่า กว่า (ref 178) ในคำเมืองแปลว่า ไป เลย ล่วง ไม่ใช่คำเปรียบเทียบแบบไทยกลาง คำว่า "งามกว่า" ในบรรทัดที่ ๒ จึงเป็นคำไทยที่คนเมืองใช้กันทั่วไป เราไม่ได้เขียนเป็นอักษรธรรม ส่วนฤดูร้อนของอังกฤษโดยทั่วไปอากาศอบอุ่นสบาย ไม่ร้อนจัดอย่าง แล้ง แล้งฯ หรือหน้าแล้งบ้านเรา คนอ่านไทยจึงต้องนึกภาพวันที่อากาศสดชื่น ไม่ใช่วันที่แดดเผา

บรรทัดที่ ๕–๘: ต๋าวันที่ฮ้อนแก่ และความงามที่เสื่อม

ต้นฉบับ:
Sometime too hot the eye of heaven shines,
And often is his gold complexion dimm'd;
And every fair from fair sometime declines,
By chance or nature's changing course untrimm'd;

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
บางเตื้อต๋าวันก็ส่องฮ้อนแก่
หลายเตื้อผิวคำของมันก็หมองมัว
สิ่งงามทุกอย่าง สักวันก็เสื่อมจากความงาม
ด้วยเหตุบังเอิญ หรือด้วยธรรมชาติที่ผันแปร จนความงามหลุดหาย

"the eye of heaven" ในบรรทัดที่ ๕ คือดวงอาทิตย์ คำเมืองเรียกดวงอาทิตย์ว่า ต๋าวัน ตาวันฯ พจนานุกรมบันทึกไว้ทั้งในคำนี้และในคำว่า วัน ("เรียกดวงอาทิตย์ว่า ต๋าวัน") ที่น่าสนใจคือคำนี้ขึ้นต้นด้วย ต๋า ตา ซึ่งแปลว่า ตา คนอ่านคำเมืองจึงได้ยิน "ตา" อยู่ในชื่อดวงอาทิตย์ คล้ายกับที่เชกสเปียร์เรียกดวงอาทิตย์ว่า "ดวงตาแห่งฟ้า"

ส่อง ส่อฯง คือ ฉายแสง และ ฮ้อน ร้อฯร คือ ร้อน เมื่อตามด้วย แก่ แก่ ในความหมาย "มากเกินควร" ก็ได้ "ฮ้อนแก่" ซึ่งพจนานุกรมยกเป็นตัวอย่างไว้เองว่า ร้อนมากเหลือเกิน ตรงกับ "too hot" พอดี "เตื้อ" ที่ใช้ในบรรทัดนี้คือ เตื้อ เทิ่อฯอ แปลว่า ครั้ง คราว หน

"gold complexion" คือผิวสีทองของดวงอาทิตย์ ทองในคำเมืองคือ คำ ฅำ และ ผิว ผิวฯ ก็ใช้คำเดียวกับไทยกลาง "dimm'd" คือ หมอง หมฯอฯง (ไม่แจ่มใส มัว ขุ่น) กับ มัว ม฿วฯ ส่วน "declines" คือ เสื่อม เสิ่อฯม ที่พจนานุกรมให้ความหมายว่า ค่อยหมดลง คุณภาพลดลงจากเดิม สิ้นไป

คำว่า "untrimm'd" นักวิชาการอ่านได้สองทาง Representative Poetry Online อธิบายว่าคือ ถูกปลดความงามออกไป ส่วนวิกิพีเดียบันทึกว่าบางคนอ่านเป็นภาพเรือที่ใบเรือไม่ได้ปรับให้รับลม เราเลือกความหมายแรก จึงเขียนว่า "จนความงามหลุดหาย"

บรรทัดที่ ๙–๑๒: หละดูฮ้อนที่บ่มีวันฮวย

ตรงคำว่า "But" บทกวีพลิกจากธรรมชาติที่ต้องเสื่อม มาเป็นคำสัญญาว่าคนที่รักจะไม่เสื่อมตาม

ต้นฉบับ:
But thy eternal summer shall not fade
Nor lose possession of that fair thou owest;
Nor shall Death brag thou wander'st in his shade,
When in eternal lines to time thou growest:

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
แต่หละดูฮ้อนของตั๋วจะบ่มีวันฮวย
บ่เสียความงามที่ตั๋วมีอยู่
ความต๋ายก็จะอวดบ่ได้ว่าตั๋วเตียวอยู่ในเงาของมัน
เมื่อตั๋วเติบโตไปกับกาลเวลา ในบทกวีที่บ่มีวันเสี้ยง

"fade" ในบรรทัดที่ ๙ เราใช้ ฮวย รวฯยฯ ที่พจนานุกรมอธิบายว่า โรย ค่อย ๆ เหี่ยวแห้งและหลุดร่วงไปจากขั้ว ใช้กับดอกไม้ เข้ากับภาพดอกจี๋ในบรรทัดที่ ๓ "Death" คือ ต๋าย ตายฯ (สิ้นใจ สิ้นชีวิต) "brag" คือ อวด อวฯด (แสดงให้รู้เห็น แสดงให้ปรากฏ) และ "wander" คือ เตียว ทยฯว (เดิน) คำว่า เงา ไม่มีในพจนานุกรมเป็นคำเมือง จึงใช้คำไทย

"eternal lines" คือบรรทัดของบทกวีที่จะอยู่ไปตลอด เราใช้ "บ่มีวันเสี้ยง" จากคำว่า เสี้ยง ส้ยฯง ที่แปลว่า จบ สิ้น หมด ส่วนคำว่า "owest" Representative Poetry Online อธิบายว่าคือ "เป็นเจ้าของ" และอาจเล่นคำกับ "เป็นหนี้" ด้วย เราจึงแปลตามความหมายแรกว่า "ที่ตั๋วมีอยู่"

คัมภีร์ใบลานปิดทองที่ขอบ วางคู่กับเหล็กจาร บนผ้าห่อคัมภีร์สีแดง
คัมภีร์ใบลานกับเหล็กจาร (ภาพตัวอย่างคัมภีร์ใบลานของไทย) เชกสเปียร์ฝากความงามไว้ในบรรทัดที่พิมพ์ลงกระดาษ คนล้านนาฝากถ้อยคำไว้ด้วยการจารลงใบลาน · ภาพ: Wellcome Images / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

ความคิดว่าถ้อยคำที่เขียนไว้จะอยู่ได้นานกว่าคนนั้น คนล้านนาคุ้นเคยดี ถ้อยคำสำคัญถูก จ๋าร จารฯ ลงใบลาน ซึ่งพจนานุกรมอธิบายว่า ใช้เหล็กปลายแหลมเขียนหนังสือหรือลวดลายลงบนใบลานหรือศิลา แล้วเก็บรักษาสืบต่อกันมาหลายร้อยปี

บรรทัดที่ ๑๓–๑๔: ตราบที่คนยังหายใจ๋

ต้นฉบับ:
So long as men can breathe, or eyes can see,
So long lives this and this gives life to thee.

แปลเป็นคำเมืองโดยมรดกล้านนา:
ตราบที่คนยังหายใจ๋ ตราบที่ต๋ายังหันได้
บทกวีนี้ก็ยังอยู่ และหื้อชีวิตแก่ตั๋ว

บรรทัดคู่สุดท้ายสั้นและชัด หายใจ๋ หายฯไจ คือ หายใจ หัน หันฯ คือ เห็น พบ ยัง ยังฯ คือ ยังอยู่ คงอยู่ มีชีวิตอยู่ ซึ่งในบรรทัดนี้ทำงานสองหน้าที่ คือ "ยังหายใจ" และ "ยังอยู่" และ หื้อ หื้ คือ ให้ คำว่า ชีวิต ไม่มีในพจนานุกรมเป็นคำเมือง จึงใช้คำไทย

สรุปคำเมืองจากบทกวี

ความคิดในบทกวี คำเมืองที่ใช้ ความหมายตามพจนานุกรม
ความงามและการเปรียบ งาม · เผียบเตียม · ตั๋ว สวย · เปรียบเทียบ · เธอ (คนสนิท คู่รัก)
ฤดูและเวลา หละดูฮ้อน · วัน · เดือน · แล้ง · ก้อม · นัก ฤดูร้อน · วัน · เดือน · หน้าแล้ง · สั้น · มาก
ลมและดอกไม้ ลม · สั่น · จี๋ (ดอกจี๋) · ฮวย ลม · ไหวถี่ ๆ · ตูม รุ่น · โรย
ดวงอาทิตย์ ต๋าวัน · ต๋า · ส่อง · ฮ้อน · แก่ · คำ · ผิว ดวงอาทิตย์ · ตา · ฉายแสง · ร้อน · มากเกินควร · ทอง · ผิว
ความเสื่อม หมอง · มัว · เสื่อม · ต๋าย · อวด · เตียว ไม่แจ่มใส · มัว · ค่อยหมดลง · ตาย · แสดงให้เห็น · เดิน
สิ่งที่อยู่ได้นาน เสี้ยง · จ๋าร · ค่าว · หายใจ๋ · หัน · ยัง · หื้อ หมด สิ้น · จารลงใบลาน · คำประพันธ์ค่าว · หายใจ · เห็น · ยังอยู่ · ให้

คำเมืองทั้งหมดนี้เป็นสำนวนของมรดกล้านนา ใช้คำจากพจนานุกรมผสมกับคำไทยทั่วไปที่ไม่มีในพจนานุกรม บทแปลไม่ได้รักษาสัมผัสและจังหวะของต้นฉบับ เพราะตั้งใจให้เห็นคำเมืองทีละคำ และเรายังต้องการให้เจ้าของภาษาช่วยตรวจ

เทียบกับเพลงสาวเชียงใหม่: คำชม คำสัญญา และเวลา

เพลง สาวเชียงใหม่ ของจรัล มโนเพ็ชร เล่าเรื่องจากอีกฝั่งหนึ่ง ผู้ร้องคือ สาว สาวฯ เชียงใหม่ที่เรียกตัวเองว่า ข้าเจ้า มี บ่าว บ่าฯวฯ จากหลายเมืองมาแอ่วมาอู้ด้วยทุกวัน หนุ่มคนหนึ่งสัญญาว่าจะมาสู่ขอ แต่แล้วก็หายไป (สรุปความจากบทความของเรา ฟังเพลงเต็มได้จากช่องทางการที่ลิงก์ไว้ในบทความนั้น)

ซอนเน็ตบทที่ ๑๘ เพลงสาวเชียงใหม่
ผู้พูด กวี (ผู้ชม) หญิงสาว (ผู้ถูกชม)
คำชม งามกว่าวันหละดูฮ้อน หนุ่มหลายเมืองมาแอ่ว มาอู้
คำสัญญา บทกวีจะเก็บความงามไว้ตราบที่คนยังหายใจ๋ หนุ่มสัญญาจะมาสู่ขอ แต่ไม่กลับมา
เวลา ฤดูร้อนสั้น แต่บทกวีอยู่ได้นาน หญิงสาวรอเป็นปี

ทั้งสองเรื่องจึงพูดถึงสิ่งเดียวกัน คือคำชมและคำสัญญาจะมีค่าก็เมื่ออยู่ได้นาน ในคำเมืองยังมีคำว่า ยอ ยํอฯ ที่พจนานุกรมให้ความหมายข้อหนึ่งว่า กล่าวคำเชิดชูเพื่อให้ชอบใจ ซึ่งก็คือการชมแบบที่หนุ่มทั้งหลายในเพลงทำ และคำว่า ข้า ข้า สรรพนามแทนตัวผู้พูด ซึ่งในเพลงหญิงสาวใช้คำสุภาพกว่าว่า ข้าเจ้า คำอู้ยามแอ่วสาวของคนล้านนาอ่านต่อได้ใน คำอู้บ่าวอู้สาว

สรุป

  • ซอนเน็ตบทที่ ๑๘ ของเชกสเปียร์พิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. ๑๖๐๙ (พ.ศ. ๒๑๕๒) เป็นสาธารณสมบัติ เราจึงถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ครบ ๑๔ บรรทัด
  • หละดูฮ้อน คือฤดูร้อน ต๋าวัน คือดวงอาทิตย์ และ ฮ้อนแก่ คือร้อนมากเหลือเกิน
  • ดอกจี๋ คือดอกตูม และ สาวจี๋ คือสาวรุ่น คำว่า จี๋ คำเดียวพาภาพดอกไม้กับวัยแรกรุ่นมาพร้อมกัน
  • ฮวย (โรย) เสื่อม และ เสี้ยง (หมด) คือคำเรื่องความงามที่หายไป ส่วนบทกวีและการ จ๋าร ใบลานคือวิธีเก็บถ้อยคำไว้ให้อยู่นาน
  • คำเมืองในบทความเป็นสำนวนของมรดกล้านนา ยังต้องให้เจ้าของภาษาช่วยตรวจ

ค้นคำในบทความเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา อ่านต่อ: เพลงสาวเชียงใหม่ · เพลงมายเวย์ หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม

ลิขสิทธิ์และการให้เกียรติเจ้าของผลงาน

รายการ รายละเอียด
บทกวี Sonnet 18 "Shall I compare thee to a summer's day?"
ผู้แต่ง William Shakespeare (ภาษาอังกฤษ, พิมพ์ ค.ศ. ๑๖๐๙ หรือ พ.ศ. ๒๑๕๒)
ฉบับที่ใช้ Shake-speares Sonnets (London: G. Eld for T. T., ค.ศ. ๑๖๐๙) ตามที่ถอดในวิกิซอร์ซ ตัวสะกดแบบปัจจุบันตาม W. J. Rolfe (ค.ศ. ๑๘๘๓)
วิดีโอ Shakespeare's Globe "What is a Sonnet? PLUS analysis of Sonnet 18"
สถานะ สาธารณสมบัติ (public domain) ผู้แต่งเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. ๑๖๑๖

บทความนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมล้านนา โดยมรดกล้านนา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ไม่แสวงหากำไร บทกวีต้นฉบับเป็นสาธารณสมบัติ เราจึงถ่ายทอดเป็นคำเมืองได้ครบทุกบรรทัด ส่วนฉบับแปลภาษาไทย การอ่าน และการบันทึกเสียงสมัยใหม่ ยังเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของ เราไม่ได้ใช้ถ้อยคำเฉพาะของฉบับเหล่านั้น วิดีโอที่ฝังไว้มาจากช่องทางการของผู้ถือสิทธิ์ และยังเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของ

ขอขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้ประพันธ์ ผู้จัดทำฉบับพิมพ์ และผู้ถือสิทธิ์ทุกท่าน หากเจ้าของสิทธิ์ประสงค์ให้ปรับแก้หรือนำส่วนใดออก โปรดแจ้งที่ moradoklanna@gmail.com เรายินดีดำเนินการโดยเร็ว

แหล่งอ้างอิง

ฝึกคำจากบทความนี้

ลองเล่นบัตรคำ 40 คำจากบทความนี้ จำคำล้านนาให้แม่นขึ้น

ค้นหาคำว่า "งาม" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 40 คำ จำได้แค่ไหน?

📝 ลองเขียนคำเมืองบนกระดาน แล้วแชร์ให้เพื่อน →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาพลายเส้นเก่า กระต่ายนอนหลับอยู่ในพงหญ้าริมทาง ขณะที่เต่าตัวเล็กค่อย ๆ เดินต่อไปไกล ๆ บนทุ่งข้างหลัง

นิทานกระต่ายกับเต่า: เล่าเป็นคำเมืองครบทั้งเรื่อง

20 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

นิทานอีสปเรื่องกระต่ายกับเต่า ถ้าคนเมืองเล่าจะอู้ว่าอย่างไร ถ่ายทอดฉบับแปลของ Townsend เป็นคำเมืองครบทั้งเรื่อง เรียนคำว่า กะต่าย จ๊า ล่น แ…

โบสถ์เซนต์ปีเตอร์และเซนต์พอลที่เมืองออลนีย์ ประเทศอังกฤษ อาคารหินเก่ามียอดแหลมสูง ล้อมด้วยสนามหญ้าและป้ายหลุมศพ

เพลงอเมซิงเกรซ (Amazing Grace): แปลเป็นคำเมืองครบทุกบท

20 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลงสวด Amazing Grace ของ John Newton ถ้าคนเมืองจะอู้จะว่าอย่างไร ถ่ายทอดทั้งหกบทของฉบับ ค.ศ. ๑๗๗๙ เป็นคำเมือง เรียนคำว่า ปุ๋นงืด หลงตาง หั…

ดอกมะลิสีขาวหนึ่งดอกกับดอกตูมเล็ก ๆ อยู่ท่ามกลางใบสีเขียวเป็นมัน

เพลงดอกมะลิ (โม่ลี่ฮวา 茉莉花): เพลงพื้นบ้านจีน ถ่ายทอดเป็นคำเมือง

20 ตุลาคม 2569 เรียนภาษาล้านนา

เพลงจีน โม่ลี่ฮวา (茉莉花) ถ้าเป็นคนเมืองจะอู้ว่าอย่างไร ถ่ายทอดบทร้องเก่าที่ John Barrow พิมพ์ไว้ ค.ศ. 1804 เป็นคำเมือง เรียนคำว่า ดอกบ่าล…

ทะเลหมอกยามเช้าปกคลุมหุบเขา มีดอยหลวงเชียงดาวอยู่ไกลๆ ท้องฟ้าสีส้มทอง

ฟ้า ฝน ลม ในคำเมือง: คำธรรมชาติและอากาศ

16 ตุลาคม 2569 คำศัพท์

รวมคำธรรมชาติและอากาศในคำเมือง ตั้งแต่ ฟ้าแมบ ฟ้าฮ้อง ฝนต๋กสุยๆ ลมหลวง น้ำแม่ ห้วย ฝาย เหมือง ถึง เหมยขาบ ดอยจิ๊ง และฮ้อนอวม พร้อมอักษรล้าน…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด