มรดกล้านนา🔍EN
ทะเลหมอกยามพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทิวดอยที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เชียงใหม่ มีสวนดอกไม้และรั้วไม้อยู่ด้านหน้า

ภาพ: Paktaotik123456 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

เพลงบ้านบนดอย: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร

บ้านบนดอย เป็นเพลงโฟล์คซองคำเมืองของ จรัล มโนเพ็ชร ที่ขึ้นต้นด้วยภาพ ดอย ดอฯย (คำเมืองอ่านว่า ดอย) ซึ่งเมฆหมอกลอยเต็มฟ้า แล้วพาผู้ฟังเทียบชีวิตบนดอยกับชีวิตในเมืองด้วยถ้อยคำง่าย ๆ ขำ ๆ แต่เต็มไปด้วยคำเมืองที่น่าเรียน

บทความนี้เป็นตอนหนึ่งของชุด เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม จะไม่ลงเนื้อเพลงทั้งเพลง แต่หยิบเฉพาะวรรคและคำที่ควรรู้ อธิบายความหมาย เสียง และสัมผัส ฟังเพลงเต็มได้จากวิดีโอทางการด้านล่าง

ดอฯย,ดอฯ
ดอย
น.ภูเขา,ภูเขาสูง. ถ้าไม่สูงเรียก ม่อน หรือ ม่อนดอย; ปู,ปูดอย ก็ว่า
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

เพลงบ้านบนดอย

เพลงนี้เป็นเพลงเปิดอัลบั้ม จรัลกับแคนเดิ้ล บ้านบนดอย แหล่งข้อมูลระบุปีต่างกันเล็กน้อย คือ พ.ศ. ๒๕๒๖ (วิกิพีเดีย) และ พ.ศ. ๒๕๒๗ (สุนทร คำยอด, ๒๕๕๙) ต่อมาเพลงถูกนำไปรวมในอัลบั้มรวมเพลงโฟล์คซองคำเมืองอีกหลายชุด อ่านเรื่องจรัลกับเพลงคู่ของเขาเพิ่มได้ที่ เพลงน้อยไจยา

งานวิจัยของ เอื้อมพร ทิพย์เดช และสิริวรรณ นันทจันทูล (๒๕๖๖) จัดให้เพลงบ้านบนดอยเป็นตัวอย่างของ "ภาพแทนคนเมืองที่มีความรักและความภาคภูมิใจในถิ่นฐานบ้านเกิด" และ "คนเมืองที่เป็นมิตร" โดยชี้ว่าเพลงสร้างภาพนี้ผ่านการให้คำนิยามและการใช้ คำปฏิเสธ ซึ่งเราจะเห็นชัดในท่อน "บ่มี…" ด้านล่าง

บ้านบนดอย - จรัล มโนเพ็ชร (ภาพคอนเสิร์ต)
บ้านบนดอย - จรัล มโนเพ็ชร (ภาพคอนเสิร์ต)

วิดีโอจากช่องทางการของค่าย Nititad AOA Official คำร้องและทำนองโดย จรัล มโนเพ็ชร

ข้า กับ สู: สองฝั่งของเพลง

เพลงเปิดด้วยการแนะนำตัวของ "ข้า" คนบนดอย

บ้านข้าอยู่บนดอย เมฆหมอกลอยเต็มฟ้า … เกิดเป็นคนบนดอย บ่ต้องคอยง้อใคร — บ้านบนดอย, คำร้อง: จรัล มโนเพ็ชร

ทั้งเพลงเล่าผ่านสรรพนามสองคำ คือ ข้า กับ สู แล้วเทียบกันทีละเรื่อง เช่น "บ้านสูอยู่ในเมือง มุงกระเบื้องสีใส" กับ "บ้านข้าอยู่กลางไพร มุงด้วยใบตองตึง"

คำ คำอ่าน ความหมาย
ข้า ข้า ข้า สรรพนามบุรุษที่ ๑ ใช้แทนตัวผู้พูด
สู สู สู ท่าน, พวกท่าน
เฮา เรัา เฮา เรา
หมู่เฮา หู่เรัา หมู่เฮา พวกเรา, พวกเดียวกัน

พจนานุกรมอธิบายว่า ข้า ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย "ปกตินิยมใช้กับชายที่มีวัยใกล้เคียงกัน หรือเพื่อนสนิท" ส่วนผู้หญิงนิยมใช้ ข้าเจ้า เพลงจึงฟังเป็นกันเองแบบเพื่อนคุยกับเพื่อน ส่วน สู ในเพลงหมายถึง "พวกท่าน" คือคนเมืองกรุงที่ข้ากำลังพูดด้วย และท่อนท้ายของเพลงเปลี่ยนจาก "ข้า" เป็น หมู่เฮา คือพูดแทนทั้งชุมชน

ℹ️ ข้อมูล
พจนานุกรมให้ความหมาย คนเมือง ฅ฿นฯล้านฯนาฯ ว่าคือชาวล้านนาโดยกำเนิดที่พูดภาษาล้านนา และบอกว่าชาวไทยภูเขาจะ "เรียกชื่อตามเผ่า" งานวิจัยข้างต้นอ่าน "คนบนดอย" ในเพลงเป็นภาพของคนเมือง ผู้อ่านจึงฟังเพลงนี้ได้ทั้งในความหมายคนเหนือที่อยู่บนดอย และความหมายกว้างของคนต่างจังหวัดที่ภูมิใจในบ้านตัวเอง

ต๋องตึง และเสียงซึง: คำว่า "ตึง" สองแบบ

หลังคาบ้านบนดอยในเพลงมุงด้วย "ใบตองตึง" ในพจนานุกรมคำนี้คือ ต๋องตึง ตอฯงทึงฯ (คำเมืองอ่านว่า ต๋องตึง) หมายถึง ใบพลวง ใบใหญ่ เหนียว ไม่ฉีกง่าย ใบอ่อนใช้ห่อของ ส่วนใบแก่ที่หล่นจากต้น ชาวบ้าน "เก็บมาไพรเป็นตับใช้มุงหลังคาคล้ายหญ้าคา มีความทนทานหลายปี"

ตอฯงทึงฯ
ต๋องตึง
น.ใบพลวง คนเมืองเหนือเรียก ''ต๋องตึง'' - คือใบของต้นพลวง หรือต้นไม้ตึง เป็นรูปไข่มีขนาดใหญ่ กว้าง 12-20 ซ.ม. ยาว 14-36 ซ.ม. เนื้อหนาเกลี้ยงเป็นมัน ยืดหยุ่น ไม่แตกหรือฉีกง่าย บางชนิดมีขนกระจายประปราย โคนใบหยักเว้า ปลายสอบ ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง กาบหุ้มยอดอ่อนสีเทามีขนสั้น ใบที่ยังไม่แก่คนในภาคเหนือนิยมเก็บมาห่อของ เช่น ห่อผัก ห่อข้าวห่อ คล้ายใบตองหรือใบบัวในภาคกลาง ใบพลวง(ต๋องตึง) เมื่อแก่จะหล่นจากต้น ชาวบ้านเก็บมาไพรเป็นตับใช้มุงหลังคาคล้ายหญ้าคา มีความทนทานหลายปี
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

คำว่า ตึง ทึงฯ เองเป็นชื่อต้นพลวง และยังเป็นคำที่ใช้มากในอีกความหมายหนึ่ง คือ ทุก (ไปตึงวัน = ไปทุกวัน) และ ทั้ง…ทั้ง… (ตึงวันตึงคืน = ทั้งวันทั้งคืน)

ในวรรคถัดมา "ข้า" บอกว่าชอบฟังเสียง ซึง ซึงฯ (คำเมืองอ่านว่า ซึง) เครื่องดนตรีพื้นเมืองประเภทดีด คล้ายกีตาร์ มีสาย ๒ คู่ แล้วเพลงก็เลียนเสียงซึงออกมาว่า "ตึงตึงต๊ะติดตึง" เสียงที่เลียนนี้บังเอิญพ้องกับ "ตึง" ของใบตองตึงในวรรคก่อน ทำให้สองวรรคนี้ร้อยกันด้วยเสียงเดียว

ซึงฯ
ซึง
น.เครื่องดนตรีพื้นเมืองประเภทดีด คล้ายกีต้าร์ มีสาย ๒ คู่ เล่นเป็นวง สะล้อ ซอซึง
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →
💡 เกร็ดความรู้
อ่านเรื่องซึง สะล้อ และวงดนตรีพื้นเมืองล้านนาได้ที่บทความ สะล้อซอซึง ส่วนคำว่า ดีด ในวรรค "ข้าดีดซึงก้องป่า" ก็ตรงกับที่พจนานุกรมจัดซึงเป็นเครื่องดนตรี "ประเภทดีด"

บ่มี… บ่มี…: ท่อนที่จำง่ายที่สุด

ท่อนฮุกของเพลงไล่สิ่งที่บ้านบนดอย ไม่มี ทีละอย่าง ด้วยคำว่า บ่ บ (คำเมืองอ่านว่า บ่) ซึ่งใช้ปฏิเสธเหมือน "ไม่" และ บ่มี บมี แปลว่า ไม่มี

คำ/วลีในเพลง ความหมายในภาษาไทยกลาง หมายเหตุ
บ่มีแสงสี ไม่มีแสงสีแบบในเมือง
บ่มีทีวี ไม่มีโทรทัศน์
บ่มีโฮงหนัง ไม่มีโรงภาพยนตร์ โฮง โร฿งฯ = โรง, หนัง หันฯง = ภาพยนตร์
ซอบกินข้าวจี่ ชอบกินข้าวจี่ เข้าจี่ เขั้าจี่ = ข้าวเหนียวปั้นปิ้งไฟ
มีน้ำใจ๋ มีน้ำใจ น้ำใจ๋ นาฯไจ = ใจจริง ความเอื้อเฟื้อ

ท่อนนี้จบด้วยวรรค "แต่หมู่เฮามี ฮึม มีน้ำใจ๋" หลังไล่ "บ่มี" มายาว เพลงหักกลับด้วยคำว่า มี เพียงคำเดียว ทำให้ น้ำใจ๋ เด่นขึ้นมาเป็นสิ่งที่คนบนดอยภูมิใจ ตรงกับที่งานวิจัยชี้ว่าเพลงใช้คำปฏิเสธเพื่อบอกตัวตน

นาฯไจ
น้ำใจ๋
น.น้ำใจ - ใจจริง,ความจริงใจ,ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ดูในพจนานุกรมมรดกล้านนา →

ถ้าสู…: คำไทยกับคำเมืองในเพลงเดียวกัน

ท่อนที่สองใช้รูป "ถ้าสู…" สอนแบบติดตลก เช่น อยากกินข้าวต้องไปไถนา อยากกินปลาต้องไปหาใน ห้วย ห้วฯยฯ ปลูก ฝ้าย ฝ้ายฯ แล้วได้ใส่เสื้อสวย แต่ถ้าอยากถูก หวย หวฯยฯ ก็ "เสียใจด้วยคน"

เพลงนี้ผสมคำไทยกลางกับคำเมืองตามจังหวะร้อง คำหลายคำในเพลงจึงเขียนต่างจากพจนานุกรม

ในเพลงเขียน ในพจนานุกรมเขียน ความหมาย
กิน กิ๋น กินฯ กิน
ข้าวจี่ เข้าจี่ ข้าวเหนียวปั้นปิ้งไฟ
ปลา ป๋า ปลฯา ปลา
ซอบ (ชอบ) มัก มักฯ ชอบมาก พอใจ
คอย (ในวรรค "บ่ต้องคอยง้อใคร") ถ้า ถ้า รอ คอย
⚠️ ข้อควรระวัง
ระวังคำว่า ถ้า ในเพลงท่อน "ถ้าสูอยากกินข้าว" ใช้ในความหมายไทยกลาง คือ "หาก" แต่ในคำเมือง พจนานุกรมให้ความหมาย ถ้า ว่า รอ, คอย เช่น ถ้าอยู่หนี้ แปลว่า รออยู่ตรงนี้ ถ้าได้ยินคนเหนือพูดว่า "ถ้าก่อน" จึงแปลว่า "รอก่อน"

คำว่า "ซอบ" ในเพลงคือ "ชอบ" ที่ออกเสียง ช เป็น ซ ตามที่ร้อง คำว่า ซอบ พบในพจนานุกรมเฉพาะในคำ สู้ซอบ (เต็มใจ ยินดี) ส่วนคำเมืองที่ใช้ทั่วไปเมื่อหมายถึง "ชอบมาก" คือ มัก

สัมผัสของเพลง

เพลงบ้านบนดอยไม่ได้แต่งตามฉันทลักษณ์ ค่าว แต่ใช้สัมผัสสระท้ายวรรคแบบเพลงร่วมสมัย ซึ่งเราสังเกตจากคำท้ายวรรคได้ดังนี้

ท่อน คำที่สัมผัสกัน เสียง
ท่อนเปิด ดอย · ดอย · สำออย · ดอย (และ คอย กลางวรรค) -อย
ข้ากับสู สีใส · กลางไพร -ไ
ข้ากับสู ตองตึง · เสียงซึง · ติดตึง -ึง
ท่อนฮุก แสงสี · เป๊บซี่ · ข้าวจี่ · อย่างดี (และ ทีวี กลางวรรค) -ี
ท่อน "ถ้าสู" ในห้วย · เสื้อสวย · ถูกหวย -วย

ท่อนฮุกใช้คำทับศัพท์ที่ลงเสียง -ี ได้พอดี คือ ทีวี และ เป๊บซี่ ไปสัมผัสกับคำของบ้านบนดอยอย่าง ข้าวจี่ ความขำของเพลงจึงเกิดจากเสียงสัมผัสด้วย ไม่ใช่จากความหมายอย่างเดียว ตารางนี้เป็นการอ่านของมรดกล้านนาเอง ไม่ได้มาจากแหล่งอ้างอิง

เนื้อเพลงต่างกันเล็กน้อยในแต่ละแหล่ง

เนื้อเพลงในคำอธิบายวิดีโอของ Nititad AOA Official กับที่ยกไว้ในงานวิจัยของเอื้อมพรและสิริวรรณ (๒๕๖๖, น. ๑๗๖) ต่างกันในบางคำ คือ "อยู่กลางพนา" กับ "อยู่กลางพงพนา" · "ซอบ" กับ "ชอบ" · และเสียงซึง "ตึงตึงต๊ะติดตึง" กับ "ตึง ตึง ต๊ะ ตึด ตึง" บทความนี้ใช้ตามคำอธิบายวิดีโอของค่าย

ความหมายโดยรวม

"ข้า" เป็นคนบนดอยที่อยู่กลางป่า ไม่รวยไม่จน และไม่ต้องง้อใคร บ้านของสูในเมืองมุงกระเบื้อง บ้านของข้ามุงใบพลวง สูชอบเพลงฝรั่ง ข้าชอบเสียงซึง บนดอยไม่มีแสงสี ไม่มีทีวี ไม่มีน้ำประปา ไม่มีโรงหนังหรือเครื่องดื่มยี่ห้อดัง คนบนดอยกินข้าวจี่ แต่สิ่งที่หมู่เฮามีคือน้ำใจ ท่อนที่สองเตือนแบบขำ ๆ ว่าอยากได้อะไรต้องลงแรงเอง ยกเว้นหวยที่ช่วยกันไม่ได้

สรุป

  • ดอย คือ ภูเขาสูง ถ้าไม่สูงเรียก ม่อน
  • ข้า คือ ตัวผู้พูด สู คือ ท่าน พวกท่าน และ หมู่เฮา คือ พวกเรา
  • ต๋องตึง คือ ใบพลวงที่ใช้มุงหลังคา ส่วน ตึง ยังแปลว่า ทุก หรือ ทั้ง…ทั้ง…
  • บ่มี แปลว่า ไม่มี ท่อนฮุกไล่ "บ่มี" แล้วจบที่ น้ำใจ๋
  • คำว่า ถ้า ในคำเมืองแปลว่า รอ ส่วนในเพลงใช้แบบไทยกลางว่า "หาก"

ค้นคำในเพลงเพิ่มเติมได้ใน พจนานุกรมมรดกล้านนา และอ่านเรื่องเครื่องดนตรีที่ "ข้า" ชอบฟังได้ที่บทความ สะล้อซอซึง

อ่านต่อในชุดเดียวกัน: ล่องแม่ปิง · ผักกาดจอ หรือดูทั้งชุดที่ เรียนคำเมืองจากบทเพลงและวรรณกรรม

แหล่งอ้างอิง

ค้นหาคำว่า "ดอย" ในพจนานุกรมมรดกล้านนา

🎯 ทดสอบคำในบทความนี้ทายคำล้านนาจากบทความ 22 คำ จำได้แค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทิวเขาดอยปุยซ้อนกันเป็นชั้นในหมอกบาง ด้านหน้าเป็นป่าเขียวและกอกล้วย ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เชียงใหม่

สาวเชียงใหม่: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงสาวเชียงใหม่ของจรัล มโนเพ็ชร รู้จักคำว่า ข้าเจ้า ปู๋สะลี ตั๋วดี หายแส็บหายสอย ชื่อเมืองเจียงฮาย หละปูน แป้ และสัมผัสที่ร…

ทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองบานเต็มเนินเขาบนดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ใต้ท้องฟ้าสีคราม มีแนวสนอยู่บนยอดเนิน

เพลงล่องแม่ปิง: เรียนคำเมืองจากเพลงของจรัล มโนเพ็ชร

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

เพลงล่องแม่ปิงของจรัล มโนเพ็ชร อ่านคำเมืองทีละคำ ดอกบัวตอง เอื้องสามปอย บ่เกย ลูกแม่ระมิงค์ ฮักใครฮักจริง พร้อมเสียงคำเมืองและสัมผัสท้ายวรร…

ถาดอาหารเหนือ มีน้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม แกงฮังเล ไส้อั่ว แคบหมู และผักสดวางบนใบตอง

กิ๋นล้ำกิ๋นลำ: เรียนคำเมืองเรื่องกินจากบทเพลง

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงกิ๋นล้ำกิ๋นลำ อ่านท่อนฮุกทีละบรรทัด รู้จักคำว่า กิ๋น ลำ หื้อ แล่ ม่วนแต๊ เสียงที่เปลี่ยนจากไทยกลาง และชื่ออาหารเหนือตามพ…

ภายในกาดวโรรส เชียงใหม่ มองจากชั้นบน เห็นแผงขายของแห้งและผู้คนเดินจับจ่ายแน่นตลาด

เกี๋ยงแก้ว: เรียนคำเมืองจากเพลงแม่อุ๊ยเมืองหละปูน

13 ตุลาคม 2569 · เรียนภาษาล้านนา

เรียนคำเมืองจากเพลงเกี๋ยงแก้ว เพลงของ OverNormal ที่เล่าเรื่องแม่อุ๊ยเมืองหละปูน อ่านเนื้อร้องทีละบาท รู้จักคำว่า แม่อุ๊ย ตึง ฮ้อง หื้อ และ…

↑

↑ ↓ เลือก · Enter เปิด · Esc ปิด